2026-07-25T07:06:11+00:00 fin KISS บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) KISS กำไร Q2/66 โต 2.4% รับแรงหนุนรายได้ในประเทศพุ่ง 45% รายได้โตแรงแต่กำไรสุทธิโตจำกัด เหตุค่าใช้จ่ายการตลาดพุ่งสูงเพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการเติบโต 24.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 238.5 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 31.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ เป็นผลมาจากการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ KISS ในไตรมาส 2/2566 คือ การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายในประเทศ ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 45.1% YoY โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis ที่เติบโตถึง 118.4% และกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เติบโต 29.3% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs) อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกำไรสุทธิที่ 2.4% YoY นั้น ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเติบโตของรายได้ เนื่องจาก ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 89.5% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลงทุนด้านการตลาดและการโฆษณาสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้ในประเทศมาจากหลายปัจจัย ได้แก่: การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs): บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มบำรุงผิว Rojukiss ภายใต้คอนเซปต์ Clinical Grade และผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis ในรูปแบบ Full-size รวมกว่า 36 SKUs ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภค การลงทุนด้านการตลาด: บริษัทได้ทุ่มงบประมาณด้านการตลาดอย่างเต็มที่ในไตรมาส 2/2566 เพื่อสร้างการรับรู้ (Awareness) ให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่ ผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์อย่างครบวงจร ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างการเติบโตระยะยาว การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย: แบรนด์ Sis2Sis ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็น Full-size และเริ่มวางจำหน่ายในช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เช่น Watsons, Eveandboy เพิ่มเติมจากเดิมที่เน้นร้านสะดวกซื้อ ส่วนการที่กำไรสุทธิเติบโตช้ากว่ารายได้นั้น เป็นผลโดยตรงจากการลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยค่าใช้จ่ายในการขายคิดเป็นสัดส่วน 20.5% ของยอดขายในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นจาก 11.0% ในปีก่อนหน้า ซึ่งบริษัทตั้งเป้าสัดส่วนนี้ไว้ที่ 18-20% ของยอดขาย เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการได้ระบุว่า การลงทุนด้านการตลาดที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยผลักดันยอดขายระยะยาว และบริษัทมีแผนที่จะลงทุนด้านการตลาดและส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งงบประมาณสัดส่วนค่าใช้จ่ายดังกล่าวไว้ที่ 18-20% ของยอดขาย ซึ่งเป็นระดับที่เคยใช้ลงทุนในช่วงก่อนโควิด นอกจากนี้ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายก็มีแผนดำเนินการอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง Highlight สำคัญ รายได้จากการขายและบริการ: เติบโต 24.3% YoY เป็น 238.5 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนหลักจากตลาดในประเทศ กำไรสุทธิ: เติบโต 2.4% YoY เป็น 31.4 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.2% ลดลงจาก 16.0% ในปีก่อน รายได้ในประเทศ: เติบโตโดดเด่น 45.1% YoY จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง Sis2Sis (+118.4%) และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว (+29.3%) รายได้ต่างประเทศ: ลดลง 82.9% YoY เนื่องจากแรงกดดันจากการแข่งขันในอินโดนีเซีย บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนกลยุทธ์ใหม่ ค่าใช้จ่ายในการขาย: เพิ่มขึ้น 89.5% YoY เป็น 65.3 ล้านบาท จากการลงทุนด้านการตลาดและโฆษณาสร้างแบรนด์ ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2/2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 238.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่งถึง 45.1% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการลงทุนด้านการตลาดอย่างเต็มที่ ขณะที่รายได้จากต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 82.9% เนื่องจากแรงกดดันจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในประเทศอินโดนีเซีย ต้นทุนขายอยู่ที่ 107.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.2% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวอยู่ที่ 55.1% โดยบริษัทสามารถบริหารจัดการราคาขายและการต่อรองต้นทุนเพื่อชดเชยความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 89.5% YoY เป็น 65.3 ล้านบาท เนื่องจากการลงทุนด้านการตลาดและโฆษณาสร้างแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นตามกลยุทธ์การเติบโตระยะยาว โดยสัดส่วนค่าใช้จ่ายนี้ต่อยอดขายอยู่ที่ 20.5% เทียบกับ 11.0% ในปีก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 30.4% YoY เป็น 29.2 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญในปี 2565 ที่สูงกว่าปีนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 31.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% YoY โดยอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.2% ลดลงจาก 16.0% ในปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากรายการพิเศษในปี 2565 หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะเพิ่มขึ้น 27.6% YoY สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 445.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.4% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจในประเทศที่ 27.3% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 72.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.6% YoY และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 16.2% เพิ่มขึ้นจาก 13.8% ในปีก่อนหน้า โอกาส การเติบโตของตลาดในประเทศ: การฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนและการท่องเที่ยวส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์ใหม่ (NPDs): การออกผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 50 SKUs ในครึ่งปีแรก และแผนต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ช่วยตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคและสร้างยอดขาย การขยายช่องทางการจัดจำหน่าย: การเพิ่มจุดจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยเฉพาะการขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ Sis2Sis ไปสู่ช่องทาง Modern Trade การลงทุนด้านการตลาด: การทุ่มงบประมาณการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างการรับรู้และผลักดันยอดขายระยะยาว การขยายตลาดต่างประเทศ: บริษัทอยู่ระหว่างการวางแผนกลยุทธ์ใหม่และขยายไปยังตลาดใหม่ คาดว่าจะเห็นยอดขายจากตลาดใหม่ภายในสิ้นปีนี้ ความเสี่ยง การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ: การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ส่งผลให้รายได้จากต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน: แม้บริษัทจะสามารถบริหารจัดการได้ แต่ความผันผวนของสกุลเงิน USD และแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุน ต้นทุนวัตถุดิบ: แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาจเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นได้ในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ผลการดำเนินงานของตลาดต่างประเทศ: การปรับกลยุทธ์และการขยายตลาดใหม่ จะสามารถพลิกฟื้นรายได้จากต่างประเทศได้หรือไม่ ประสิทธิภาพของการลงทุนด้านการตลาด: การทุ่มงบประมาณการตลาดที่เพิ่มขึ้น จะสามารถสร้างการเติบโตของยอดขายและกำไรได้อย่างยั่งยืนตามเป้าหมายหรือไม่ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในครึ่งปีหลัง: ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะออกเพิ่มเติม จะสามารถตอบรับตลาดและสร้างยอดขายได้มากน้อยเพียงใด การบริหารจัดการต้นทุน: ความสามารถในการรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและต้นทุน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) ยอดขาย (Volume/SSS): รายได้เติบโต 24.3% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของยอดขายในประเทศที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องสำอาง Sis2Sis ที่เติบโตสูงมากจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และกลยุทธ์การตลาด ราคาขาย: ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงราคาขายโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวได้ แสดงว่ามีการบริหารจัดการราคาขายที่เหมาะสม ต้นทุนวัตถุดิบ: ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงต้นทุนวัตถุดิบโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการต่อรองต้นทุนสินค้าผลิตภัณฑ์ใหม่ให้มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายการตลาด: เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 89.5% YoY คิดเป็น 20.5% ของยอดขาย เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว ช่องทาง Modern Trade/Online: มีการขยายช่องทาง Modern Trade สำหรับผลิตภัณฑ์ Sis2Sis และการใช้สื่อออนไลน์ผ่าน KOLs และ E-commerce Live ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 1,336.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.4 ล้านบาทจากสิ้นปี โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 48.5 ล้านบาท เพื่อรองรับยอดขายที่สูงขึ้น หนี้สินรวม: ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ 289.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.0 ล้านบาทจากสิ้นปี ส่วนของเจ้าของ: เพิ่มขึ้น 28.4 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงาน สรุปท้าย KISS โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 ด้วยรายได้ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 24.3% YoY จากแรงหนุนหลักของตลาดในประเทศที่ได้รับอานิสงส์จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และการลงทุนด้านการตลาดอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงเป็นผลมาจากการทุ่มงบประมาณการตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่การแข่งขันในตลาดต่างประเทศ ซึ่งบริษัทกำลังเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อฟื้นฟู คาดว่าการเติบโตของรายได้จะยังคงดำเนินต่อไป โดยต้องจับตาประสิทธิภาพของการลงทุนด้านการตลาดและผลการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศเป็นสำคัญ