2026-07-25T07:06:05+00:00 fin KSL บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) KSL กำไร Q2/66 พุ่ง 209% รับอานิสงส์ราคาน้ำตาลโลกขาขึ้น KSL: ผลประกอบการ Q2/2569 เติบโตโดดเด่นจากปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้นและราคาน้ำตาลที่ทรงตัวสูง 1. Highlights ปริมาณอ้อยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ: ปริมาณอ้อยที่หีบได้ในประเทศไทยและลาวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นถึง 25% เป็น 8.4 ล้านตัน และในลาวเพิ่มขึ้น 111% เป็น 194,500 ตัน ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวจากปัญหาผู้ซื้อในปีที่แล้ว และการกลับมาสู่สถานการณ์ปกติ การบริหารจัดการต้นทุน: แม้ว่าราคาตลาดโลกของน้ำตาลจะมีความผันผวน แต่บริษัทสามารถรักษาระดับกำไรขั้นต้นได้ดี โดยเฉพาะในธุรกิจเอทานอลที่ได้รับประโยชน์จากต้นทุนกากน้ำตาลที่ลดลง โครงการ ESG ที่หลากหลาย: บริษัทให้ความสำคัญกับกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษา การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตในชุมชน ความผันผวนของราคาพลังงาน: ธุรกิจโรงไฟฟ้าได้รับผลกระทบจากค่า FT ที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทำให้กำไรสุทธิจากธุรกิจนี้ลดลงเล็กน้อย 2. Hero Story ปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น: ปริมาณอ้อยที่หีบได้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 25% และในลาวเพิ่มขึ้น 111% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิของบริษัทในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีปัญหาด้านผู้ซื้อ ทำให้ปริมาณการส่งมอบกลับมาอยู่ในระดับที่ดีขึ้นมาก 3. Outlook แนวโน้มราคาน้ำตาล: ผู้บริหารคาดว่าราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะยังคงสดใสในปี 2569/2570 โดยมีแนวรับที่แข็งแกร่งที่ 14 เซนต์ต่อปอนด์ และมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก 5-10 เซนต์ หากสถานการณ์ El Niño ส่งผลกระทบต่อผลผลิตอย่างรุนแรง ผลกระทบจาก El Niño: คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์ El Niño จะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วง Q3 และ Q4 ของปี 2569 ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณผลผลิตอ้อยในประเทศไทยและประเทศผู้ผลิตหลักอื่นๆ ลดลง ทำให้ราคาน้ำตาลมีแนวโน้มทรงตัวสูง การขยายธุรกิจ: บริษัทไม่มีแผนขยายกำลังการผลิตโรงงานน้ำตาลในระยะสั้นถึงกลาง แต่จะเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เดิม เช่น น้ำตาล Kane’s Low GI และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการต้นทุน: บริษัทได้ล็อกต้นทุนอ้อยไว้แล้ว 100% ที่ 16.4 เซนต์ต่อปอนด์ และจะพยายามควบคุมต้นทุนการผลิตต่อหน่วยให้ลดลงผ่าน Economy of Scale จากปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้น 4. ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาน้ำตาลในตลาดโลก: แม้จะมีการล็อกราคาไว้บางส่วน แต่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการส่งออก ผลกระทบจากสภาพอากาศ (El Niño): ภาวะภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นในประเทศไทยและประเทศผู้ผลิตหลักอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตอ้อยในฤดูกาลถัดไป ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น: ต้นทุนค่าขนส่ง ค่าแรง และค่าบำรุงรักษาเครื่องจักรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรของบริษัท การแข่งขันจากพืชอื่น: ราคามันสำปะหลังที่สูงขึ้นอาจทำให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชอื่นแทนอ้อย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณอ้อยที่บริษัทจะได้รับในอนาคต 5. Q&A Highlights Q: หาก Super El Niño มาจริงในปีหน้า บริษัทมองราคาน้ำตาลในกรอบเท่าไหร่? (27:00) * A: ผู้บริหารมองว่าราคาน้ำตาลในอดีตที่เกิด Super El Niño เคยขยับขึ้นได้ถึง 10 เซนต์อย่างสบายๆ แต่ปีนี้มีปัจจัยอื่นเพิ่มเข้ามาอีก ต้องรอดูตัวเลขผลผลิตที่ชัดเจนในช่วงกันยายน-ตุลาคม แต่คาดว่าราคาน้ำตาลทรายขาวจะสูงกว่าน้ำตาลดิบอย่างมีนัยสำคัญ Q: อัตราการใช้กำลังการผลิตของโรงงานที่วัฒนานครใน Q1 ทำได้ดี จะรักษาระดับต่อเนื่องใน Q2 ได้หรือไม่ และ Economy of Scale จากปริมาณอ้อยที่เพิ่มขึ้นจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้มากน้อยแค่ไหน? (29:16) * A: โรงงานวัฒนานครปิดหีบไปแล้วในช่วงปลาย Q1 ถึง Q2 ซึ่งประสิทธิภาพการผลิตเป็นไปตามเป้าหมายแล้ว และตัวเลขผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อยก็เสร็จสิ้นเกือบ 100% แล้ว เหลือเพียงการละลายน้ำตาลดิบเป็นน้ำตาลทรายขาว ซึ่งตัวเลขนี้ไม่น่าจะขยับมากในไตรมาสถัดไป การเพิ่มขึ้นของปริมาณอ้อยจะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยได้ Q: บริษัทมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับต้นทุนอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าขนส่ง ค่าแรง และค่าซ่อมบำรุงหรือไม่? (32:55) * A: สำหรับการขายน้ำตาลในประเทศ บริษัทขายอิงราคาหน้าโรงงาน ผู้ซื้อรับผิดชอบค่าขนส่ง มีเพียงส่วนส่งออกที่บริษัทรับผิดชอบค่าขนส่ง ส่วนค่าแรงงานคาดว่าจะตกไปอยู่กับชาวไร่ เนื่องจากภาวะอากาศไม่ปกติทำให้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านลดลง แต่บริษัทมีการนำเครื่องจักรกลเกษตรเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระแล้ว สำหรับต้นทุนปุ๋ยที่เพิ่มขึ้น 100 บาทต่อกระสอบ จะส่งผลให้ต้นทุนอ้อยเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% ซึ่งเป็นปัจจัยที่น่าเป็นห่วง Q: สัดส่วนการผลิตน้ำตาลทรายขาวจะกลับมาเกิน 1 หรือไม่ และราคาปุ๋ยที่เพิ่มขึ้นกระทบต้นทุนอ้อยอย่างไร? (37:30) * A: ปัจจุบันสัดส่วนการผลิตน้ำตาลทรายขาวต่ำกว่า 1 เล็กน้อย แต่ดีขึ้นจากปีก่อนๆ เนื่องจากการปรับโครงสร้างเงินกู้จากระยะสั้นเป็นระยะยาว ทำให้สภาพคล่องดีขึ้น และบริษัทมีโอกาสที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยเฉพาะน้ำตาล Kane’s Low GI และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่จะออกสู่ตลาด Q: KSL ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างไร? (39:14) * A: ผู้บริหารมองว่าไม่ใช่การได้ประโยชน์โดยตรง แต่การที่เอทานอลสามารถแข่งขันกับราคาน้ำมันได้ ทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจเอทานอลได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นการกระจายความเสี่ยงของภาพรวมบริษัท และช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าของประเทศ