Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin ITEL บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน)

THCOM กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 409.8% รับค่าชดเชยคดีพิพาท 301 ล้านบาท

กำไรโตโดดเด่นจากรายได้อื่น 301 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานลดลงตามรายได้บริการบรอดแบนด์ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 409.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 47.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้อื่นจำนวน 301 ล้านบาท จากการเป็นฝ่ายชนะคดีข้อพิพาทกับบริษัทคู่สัญญา อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) กลับปรับตัวลดลง 54.4% QoQ และ 71.6% YoY เนื่องจากรายได้จากการขายและการให้บริการโดยรวมลดลง โดยเฉพาะรายได้จากบริการบรอดแบนด์ที่ปรับตัวลดลง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ THCOM ในไตรมาส 2/2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือ การรับรู้รายได้อื่นจำนวน 301 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการชนะคดีข้อพิพาทกับบริษัทคู่สัญญา โดยศาลสูงสุดได้มีคำตัดสินเป็นเอกฉันท์ให้การตีความข้อสัญญาของบริษัทถูกต้อง ทำให้สามารถรับรู้ค่าชดเชยดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานหลักของธุรกิจ กลับมีทิศทางที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยลดลง 54.4% QoQ และ 71.6% YoY มาอยู่ที่ 60 ล้านบาท 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิมาจาก รายการพิเศษ คือ การรับรู้รายได้ค่าชดเชยจากข้อพิพาท ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทชนะคดีตามที่ระบุไว้ในเอกสาร ทำให้เกิดผลบวกต่อกำไรสุทธิโดยตรง ในทางกลับกัน กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ที่ลดลงนั้น มีสาเหตุหลักมาจากการ ปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายและการให้บริการ ซึ่งลดลง 13.8% QoQ และ 13.8% YoY อยู่ที่ 636 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายได้จากการให้บริการบรอดแบนด์ ที่ลดลง เนื่องจากลูกค้ามีการใช้งานลดลงในส่วนที่ดาวเทียมดวงใหม่ไม่ครอบคลุม นอกจากนี้ ในไตรมาส 1/2566 ยังมีการรับรู้รายได้จากค่าบริหารจัดการสถานีภาคพื้นดิน (Gateway) และค่าที่ปรึกษาอื่นๆ ซึ่งไม่เกิดขึ้นในไตรมาส 2/2566 ส่งผลให้รายได้จากการขายและการให้บริการโดยรวมลดลง 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว : การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในไตรมาสนี้มีลักษณะ ครั้งคราว เนื่องจากเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ค่าชดเชยจากข้อพิพาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต สำหรับ กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ที่ลดลงนั้น มีแนวโน้มที่จะ ยังไม่ชัด ต้องติดตาม เนื่องจากรายได้จากการให้บริการบรอดแบนด์ที่ลดลงเป็นผลจากการปรับเปลี่ยนการใช้งานของลูกค้า อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ลงนามข้อตกลงระยะยาวกับ Eutelsat เพื่อใช้ดาวเทียมดวงใหม่ที่วงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ซึ่งเป็นดาวเทียมบรอดแบนด์เทคโนโลยีขั้นสูงแบบ Software Defined High Throughput Satellite (HTS) ที่มีศักยภาพในการปรับเปลี่ยนพื้นที่และปริมาณช่องสัญญาณได้ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในอนาคต แต่ต้องรอความชัดเจนจากการสั่งซื้อและติดตั้งดาวเทียม รวมถึงการเริ่มให้บริการ Highlight สำคัญ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 409.8% QoQ และ 47.8% YoY รายได้อื่น 301 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าชดเชยคดีข้อพิพาทกับคู่สัญญา เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโต กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ลดลง 54.4% QoQ และ 71.6% YoY อยู่ที่ 60 ล้านบาท รายได้จากการขายและการให้บริการ รวม 636 ล้านบาท ลดลง 13.8% QoQ และ 13.8% YoY โดยหลักจากบริการบรอดแบนด์ อัตราการใช้บริการดาวเทียม ไทยคม 7 และ 8 อยู่ที่ 56% ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เพิ่มขึ้นจาก 55% ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 การร่วมมือกับ Eutelsat ในการใช้ดาวเทียมบรอดแบนด์ดวงใหม่ที่ 119.5 องศาตะวันออก เป็นระยะเวลา 16 ปี ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 457 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 409.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2566 (QoQ) ที่ 90 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 47.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2565 (YoY) ที่ 309 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้อื่นจำนวน 301 ล้านบาท จากการเป็นฝ่ายชนะคดีข้อพิพาทกับบริษัทคู่สัญญา โดยศาลสูงสุดได้มีคำตัดสินเป็นเอกฉันท์ให้การตีความข้อสัญญาของบริษัทถูกต้อง ทำให้สามารถรับรู้ค่าชดเชยดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ซึ่งไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน พบว่ามีจำนวน 60 ล้านบาท ลดลง 54.4% QoQ และลดลง 71.6% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายและการให้บริการ ซึ่งมีจำนวน 636 ล้านบาท ลดลง 13.8% QoQ และ 13.8% YoY โดยเฉพาะรายได้จากบริการบรอดแบนด์ที่ลดลงจากการใช้งานของลูกค้าในส่วนที่ดาวเทียมดวงใหม่ไม่ครอบคลุม สำหรับผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิ 546 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.8% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้รายได้อื่นจากข้อพิพาทดังกล่าว ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 189 ล้านบาท ลดลง 37.1% YoY สาเหตุหลักจากการปรับตัวลดลงของรายได้จากการให้บริการบรอดแบนด์ โอกาส การร่วมมือกับ Eutelsat : การลงนามข้อตกลงระยะยาว 16 ปี เพื่อให้บริการช่องสัญญาณดาวเทียมบรอดแบนด์ดวงใหม่ที่วงโคจร 119.5 องศาตะวันออก ด้วยเทคโนโลยี Software Defined High Throughput Satellite (HTS) จะช่วยเสริมศักยภาพการให้บริการที่หลากหลายและส่งมอบโซลูชันแก่ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ดาวเทียมดวงใหม่ HTS : เทคโนโลยีดาวเทียม HTS ที่มีความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนพื้นที่และปริมาณช่องสัญญาณ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเติบโตของธุรกิจในลาว : บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (แอลทีซี) ยังคงมีรายได้เติบโตและมีกำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่อง แม้จะมีส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้าเพิ่มขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ความเสี่ยง การลดลงของรายได้บรอดแบนด์ : การที่ลูกค้าใช้งานลดลงในส่วนที่ดาวเทียมดวงใหม่ไม่ครอบคลุม ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการให้บริการบรอดแบนด์ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้หลัก ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น : ส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้าเพิ่มขึ้นจากต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรโดยรวม การพึ่งพารายได้พิเศษ : การที่กำไรสุทธิในไตรมาสนี้พึ่งพารายได้จากการชดเชยข้อพิพาท ทำให้เห็นถึงความผันผวนของผลประกอบการหากไม่มีรายการพิเศษเข้ามาสนับสนุน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการสั่งซื้อและติดตั้งดาวเทียมดวงใหม่ : การดำเนินการตามข้อตกลงกับ Eutelsat และการนำดาวเทียม HTS มาให้บริการ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างรายได้ในอนาคต แนวโน้มรายได้บรอดแบนด์ : การปรับตัวลดลงของรายได้บรอดแบนด์จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ หรือจะมีการชดเชยด้วยบริการอื่นอย่างไร ผลกระทบจากต้นทุนทางการเงิน : การที่อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง จะส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมค้าอย่างไร การบริหารจัดการต้นทุน : การควบคุมต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) Product Mix : รายได้หลักยังคงมาจากบริการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่อง (633 ล้านบาท) คิดเป็นสัดส่วน 99.4% ของรายได้จากการขายและการให้บริการทั้งหมด โดยรายได้จากการให้บริการบรอดแบนด์เป็นส่วนที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ Recurring Revenue : แม้จะไม่มีการระบุตัวเลขรายได้ recurring โดยตรง แต่บริการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่องมักมีลักษณะเป็นสัญญาบริการระยะยาว ซึ่งถือเป็นรายได้ที่มีความสม่ำเสมอในระดับหนึ่ง ลูกค้าหลัก : เอกสารไม่ได้ระบุชื่อลูกค้าหลัก แต่กล่าวถึงการลดลงของรายได้บรอดแบนด์จากลูกค้าไทยคม 4 และการร่วมมือกับ Eutelsat ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดาวเทียมชั้นนำของโลก Margin : อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่ต้นทุนขายและการให้บริการในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 388 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 61% ของรายได้จากการขายและการให้บริการ การขยายตลาด/พาร์ทเนอร์ : การร่วมมือกับ Eutelsat ถือเป็นการขยายตลาดและเสริมศักยภาพการให้บริการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม : ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 14,723 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่นที่ลดลง หนี้สิน : เงินกู้ยืมสุทธิอยู่ที่ 673 ล้านบาท ลดลง 22.8% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้น : อยู่ที่ 10,459 ล้านบาท ลดลง 0.9% จากสิ้นปี 2565 อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) : อยู่ที่ 0.4 เท่า คงที่จากสิ้นปี 2565 สภาพคล่อง : อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียนอยู่ที่ 4.5 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 4.0 เท่า ณ สิ้นปี 2565 กระแสเงินสด : เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 839 ล้านบาท ลดลง 35.3% YoY เนื่องจากปี 2565 มีการเก็บหนี้จากลูกหนี้การค้าต่างประเทศได้มาก เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน (261) ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินล่วงหน้าค่าอุปกรณ์ดาวเทียมดวงใหม่และค่าสิทธิวงโคจร เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน (949) ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายปันผลและชำระคืนเงินกู้ยืม เงินสดและรายการเทียบเท่า : ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 มีจำนวน 5,583 ล้านบาท สรุปท้าย THCOM ในไตรมาส 2/2566 มีกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากการรับรู้รายได้ค่าชดเชยข้อพิพาทจำนวน 301 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษ อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานหลักจากการให้บริการดาวเทียมและบรอดแบนด์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลง โดยเฉพาะบริการบรอดแบนด์ที่ปรับตัวลดลง แม้ว่าบริษัทจะมีความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Eutelsat เพื่อใช้ดาวเทียม HTS ดวงใหม่ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต แต่ความต่อเนื่องของผลประกอบการยังคงต้องจับตาแนวโน้มรายได้บรอดแบนด์และผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ประกอบกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่เพียงพอ จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินธุรกิจต่อไป