2026-07-25T06:39:54+00:00 fin IVL บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) IVL กำไร Q2/66 ลดลง YoY รับแรงกดดันต้นทุน-อุปสงค์ชะลอ รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวลดลง YoY จากปัจจัยภายนอก ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและสภาพคล่อง บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงาน 3,986 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 27% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (Reported EBITDA) อยู่ที่ 321 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 68% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมีปัจจัยหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ท้าทาย การชะลอตัวของอุปสงค์ในยุโรปและจีน รวมถึงผลขาดทุนจากสินค้าคงเหลือ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ IVL ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ แรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ชะลอตัวทั่วโลก และผลกระทบจากราคาโภคภัณฑ์ที่ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งปริมาณการขายและอัตรากำไรของบริษัท ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: อุปสงค์ชะลอตัว: การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในทวีปยุโรปจากแรงกดดันเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น รวมถึงการฟื้นตัวที่ล่าช้ากว่าคาดของประเทศจีน ส่งผลให้อุปสงค์ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโดยรวมลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Combined PET (CPET) ที่เผชิญกับอุปสงค์ในประเทศจีนที่ย่ำแย่และการเพิ่มกำลังการผลิต PET ทำให้กดดันอัตรากำไร ผลขาดทุนจากสินค้าคงเหลือ: ราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ลดลงเหลือ 78 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสนี้ ส่งผลให้บริษัทบันทึกผลขาดทุนจากสินค้าคงเหลือจำนวน 48 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งกระทบต่อกำไรโดยตรง โดยเฉพาะในกลุ่ม CPET ที่มีผลขาดทุนจากสินค้าคงเหลือ 29 ล้านเหรียญสหรัฐ ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน: ตลาดตะวันตกยังคงเผชิญกับความแตกต่างของราคาวัตถุดิบกับราคานำเข้า ทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุนของบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับการนำเข้าจากจีน ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและอัตรากำไรในกลุ่ม CPET จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในระยะสั้น แต่มีปัจจัยบวกที่ต้องติดตาม ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกจะยังคงซบเซาในปี 2566 โดยมีระดับกิจกรรมการผลิตต่ำและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่ออุปสงค์และต้นทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อว่าสินค้าคงเหลือที่มีต้นทุนสูงได้ถูกใช้ไปในครึ่งปีแรกแล้ว และคาดว่าจะได้รับประโยชน์ในครึ่งปีหลังจากอัตรากำลังการผลิตที่สูงขึ้น ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนสาธารณูปโภคที่ลดลง นอกจากนี้ การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับสากล และแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของจีน อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนการปรับตัวดีขึ้นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมปิโตรเคมี Highlight สำคัญ รายได้จากการดำเนินงาน 3,986 ล้านเหรียญสหรัฐ: ลดลง 1% QoQ และ 27% YoY Reported EBITDA 321 ล้านเหรียญสหรัฐ: เพิ่มขึ้น 7% QoQ แต่ลดลง 68% YoY ผลขาดทุนจากสินค้าคงเหลือ 48 ล้านเหรียญสหรัฐ: จากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ลดลง อัตรากำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นเป็น 76%: จาก 72% ในไตรมาสก่อนหน้า กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 491 ล้านเหรียญสหรัฐ: เพิ่มขึ้น 146% QoQ อัตราส่วนหนี้สินจากการดำเนินงานสุทธิต่อทุน 0.95 เท่า: ลดลงเล็กน้อย ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2566 IVL มีรายได้จากการดำเนินงาน 3,986 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 และลดลง 27% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวในตลาดโลกและการลดระดับสินค้าคงคลัง อย่างไรก็ตาม Reported EBITDA เพิ่มขึ้น 7% QoQ มาอยู่ที่ 321 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้น แต่ยังคงลดลง 68% YoY เนื่องจากผลกระทบจากราคาโภคภัณฑ์และสภาวะตลาดที่อ่อนแอ โอกาส การบริหารต้นทุนและกระแสเงินสด: บริษัทมุ่งเน้นการรักษากระแสเงินสด โดยตั้งเป้า 500 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2566 และประสบความสำเร็จไปแล้ว 400 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงครึ่งปีแรก จากการลดเงินทุนหมุนเวียนและรายจ่ายฝ่ายทุน การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน: การดำเนิน Project Olympus เพื่อปลดล็อกประสิทธิภาพในการจัดซื้อ การขาย และการดำเนินงาน ซึ่งสามารถลดต้นทุนสะสมได้แล้ว 481 ล้านเหรียญสหรัฐ การเติบโตในตลาดเกิดใหม่: การขยายธุรกิจในประเทศอินเดียสำหรับกลุ่ม Hygiene fibers และการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับสากล ความร่วมมือด้านความยั่งยืน: การลงนามบันทึกความเข้าใจกับ Carbios เพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในการสร้างโรงงานรีไซเคิล PET เชิงชีวภาพแห่งแรกของโลก ความเสี่ยง ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค: สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงซบเซา การเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และภาวะเศรษฐกิจถดถอย อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และต้นทุน ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไร การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องในบางอุตสาหกรรม เช่น PET อาจสร้างแรงกดดันต่ออัตรากำไร ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: การดำเนินงานใน 35 ประเทศทั่วโลก ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มอุปสงค์ในตลาดหลัก: การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนและอุปสงค์ในทวีปยุโรป การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ: ผลกระทบจากราคาพลังงานและก๊าซธรรมชาติ การดำเนินงานตามแผนลดค่าใช้จ่าย: การปรับปรุงประสิทธิภาพฐานการผลิตในกลุ่มธุรกิจ Fibers และการประเมินกลยุทธ์ 'ทำหรือซื้อ' ความคืบหน้าของ Project Olympus: การปลดล็อกคุณค่าและลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการกระแสเงินสดและหนี้สิน: การรักษาระดับหนี้สินสุทธิต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) Combined PET (CPET): Reported EBITDA 194 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 69% YoY แม้ปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้น 2% QoQ แต่ยังคงต่ำกว่าปกติ ตลาดตะวันตกเผชิญความแตกต่างด้านต้นทุนวัตถุดิบกับราคานำเข้าจากจีน กดดันอัตรากำไร PET ที่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี อุปสงค์ในจีนอ่อนแอและกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยกดดันหลัก Integrated Oxides and Derivatives (IOD): Reported EBITDA 94 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 70% YoY ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 14% QoQ แต่ลดลง 2% YoY ไตรมาสนี้มีค่าใช้จ่ายพิเศษ 3 ล้านเหรียญสหรัฐจากการกระทบยอดระบบ SAP Fibers: Reported EBITDA 20 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 70% YoY ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 3% QoQ แต่ลดลง 7% YoY อุปสงค์ยางรถยนต์ทดแทนอ่อนตัว ส่งผลกระทบต่อ Mobility fibers ขณะที่ Hygiene fibers ได้รับผลกระทบจากอุปสงค์อ่อนแอในยุโรปและกำลังการผลิตต่ำในรัสเซีย แต่มีแผนขยายธุรกิจในอินเดีย ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทมีหนี้สินรวม 7,369 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 7,358 ล้านเหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 582 ล้านเหรียญสหรัฐ และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้ใช้ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอ อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 1.18 เท่า และหนี้สินจากการดำเนินงานสุทธิต่อทุนอยู่ที่ 0.95 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ บริษัทมีสัดส่วนหนี้สินที่เชื่อมโยงกับ ESG เพิ่มขึ้นเป็น 26% ของหนี้สินสุทธิ สรุปท้าย IVL ในไตรมาส 2 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร โดยเฉพาะการชะลอตัวของอุปสงค์ทั่วโลกและผลขาดทุนจากสินค้าคงคลัง แม้ EBITDA จะปรับตัวดีขึ้น QoQ แต่ยังคงลดลง YoY อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสด รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยประคองผลประกอบการในช่วงที่สภาวะตลาดอ่อนแอ และเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นตัวในอนาคต โดยเฉพาะการคาดการณ์ว่าสินค้าคงเหลือต้นทุนสูงได้ถูกระบายออกไปแล้ว และการเติบโตในตลาดเกิดใหม่จะเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญในครึ่งปีหลัง