Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin GULF บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

GULF สรุปผลประกอบการ Q2/2568

GULF กำไรสุทธิพุ่ง 862.9% รับผลบวกควบรวมธุรกิจ-พลังงานฟื้น Q2/2568 GULF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 กวาดกำไรสุทธิ 63,871 ล้านบาท พุ่งสูงถึง 862.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากการรวมธุรกิจ (GULFI และ INTUCH) ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียวจำนวน 56,120 ล้านบาท ประกอบกับการดำเนินงานของธุรกิจหลักที่ฟื้นตัวได้ดี Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจกำไรในไตรมาส 2 ปี 2568 ของ GULF คือ การรับรู้กำไรจากการรวมธุรกิจครั้งใหญ่ ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจพลังงานหลัก 1. หัวใจคืออะไร: หัวใจหลักที่ผลักดันกำไรสุทธิของ GULF ให้พุ่งสูงถึง 63,871 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 862.9% YoY) มาจาก กำไรจากการรวมธุรกิจ (Gain on business combination) จำนวน 56,120 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการควบรวมระหว่าง GULFI และ INTUCH ในวันที่ 1 เมษายน 2568 นอกจากนี้ กำไรจากการดำเนินงาน (Core profit) ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 26.5% YoY อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการดำเนินงานของธุรกิจพลังงานที่ปรับตัวดีขึ้น 2. ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: กำไรจากการรวมธุรกิจ: การควบรวมกิจการระหว่าง GULFI และ INTUCH ทำให้เกิดการรับรู้กำไรจากการรวมธุรกิจตามมาตรฐานบัญชี ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวและส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาสนี้สูงผิดปกติ Core Profit เติบโต: ธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ: รายได้เพิ่มขึ้น 13.1% YoY โดยหลักมาจากราคาขายไฟฟ้าแก่ กฟผ. ที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซที่เรียกเก็บย้อนหลัง และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 4 รวมถึงโรงไฟฟ้าในกลุ่ม GMP มีการหยุดซ่อมบำรุงน้อยลง ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน: รายได้เพิ่มขึ้น 59.5% YoY จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ กำลังการผลิตรวม 532 MW ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม: เพิ่มขึ้น 22.4% YoY โดยหลักมาจากผลประกอบการที่ดีขึ้นของ ADVANC (ARPU สูงขึ้น, การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ) และ Jackson ที่ได้รับรายได้ค่า Capacity Payment ในตลาด PJM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้า HKP หน่วยที่ 2 3. จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ลักษณะครั้งคราว สำหรับกำไรจากการรวมธุรกิจ เนื่องจากเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการควบรวมกิจการ อย่างไรก็ตาม Core Profit มีโอกาสต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการทยอยเปิดดำเนินการของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทั้งในส่วนของ GPD หน่วยที่ 4 และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ รวมถึงการเติบโตของบริษัทร่วมอย่าง ADVANC และ Jackson ที่คาดว่าจะยังคงมีผลประกอบการที่ดี Highlight สำคัญ กำไรสุทธิพุ่งสูง 862.9% YoY: อยู่ที่ 63,871 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้กำไรจากการรวมธุรกิจ (GULFI-INTUCH) จำนวน 56,120 ล้านบาท Core Profit เติบโต 26.5% YoY: อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท จากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจหลักและบริษัทร่วม รายได้รวมเติบโต 24.5% YoY: อยู่ที่ 40,617 ล้านบาท ได้แรงหนุนจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 22.4% YoY: นำโดย ADVANC และ Jackson การลงทุนใหม่ในพลังงานแสงอาทิตย์: GRE เข้าซื้อหุ้น 50% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 9 โครงการ กำลังการผลิตรวม 460.8 MW ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 มีรายได้รวม 40,617 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น 13.1% YoY จากราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นและการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 4 รวมถึงรายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น 59.5% YoY จากการเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใหม่ สำหรับกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ อยู่ที่ 63,871 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 862.9% YoY ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับรู้กำไรจากการรวมธุรกิจ (GULFI และ INTUCH) เป็นรายการพิเศษจำนวน 56,120 ล้านบาท หากพิจารณาเฉพาะกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Profit) อยู่ที่ 7,101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.5% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้าใหม่ๆ และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม โอกาส การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า: การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 4 และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศ จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน: การเข้าซื้อหุ้น 50% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 9 โครงการ สะท้อนถึงการมุ่งมั่นขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นเทรนด์พลังงานสะอาดในระยะยาว การเติบโตของบริษัทร่วม: ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ ADVANC และ Jackson รวมถึงการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้า HKP หน่วยที่ 2 จะช่วยหนุนส่วนแบ่งกำไรให้เติบโตต่อไป การควบรวมธุรกิจ: การรวม GULFI และ INTUCH สร้าง Synergy ที่แข็งแกร่ง เพิ่มความสมดุลของรายได้จากธุรกิจพลังงาน โทรคมนาคม และดิจิทัล พร้อมรับมือความผันผวนและสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาพลังงาน: แม้ GULF จะมีสัญญาซื้อขายระยะยาว แต่ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง (ก๊าซธรรมชาติ) อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตได้ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบภาครัฐ: นโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของภาครัฐอาจส่งผลต่อการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน: แม้ในไตรมาสนี้จะรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ความล่าช้าของโครงการ: โครงการก่อสร้างต่างๆ อาจมีความล่าช้าจากปัจจัยภายนอก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไร สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่: ติดตามความคืบหน้าและผลประกอบการของโรงไฟฟ้าที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ผลประกอบการของบริษัทร่วม: โดยเฉพาะ ADVANC และ Jackson ที่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญของส่วนแบ่งกำไร การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง: การเปลี่ยนแปลงของราคาและปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติ ความคืบหน้าโครงการลงทุนใหม่: โดยเฉพาะโครงการพลังงานหมุนเวียนและโครงสร้างพื้นฐาน นโยบายพลังงานและสิ่งแวดล้อม: การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ: รายได้ 32,916 ล้านบาท (+13.1% YoY) ได้แรงหนุนจากราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซที่เรียกเก็บย้อนหลัง และการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 4 เต็มที่ ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้น 6.2% YoY ขณะที่ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยให้ กฟผ. ปรับสูงขึ้น 15.3% YoY ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน: รายได้ 1,044 ล้านบาท (+59.5% YoY) จากการเปิดโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศกำลังการผลิต 532 MW อย่างไรก็ตาม รายได้ลดลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจาก GULF1 รับรู้รายได้การก่อสร้างและขายแผงโซลาร์น้อยลง และโรงไฟฟ้าพลังงานลม MKW มีปริมาณขายไฟฟ้าลดลงตามฤดูกาล ธุรกิจก๊าซ: รายได้ 3,375 ล้านบาท (+13.6% QoQ) จากปริมาณการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่เพิ่มขึ้นให้แก่บริษัทร่วมและลูกค้านอกกลุ่ม แม้ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยจะลดลงตามตลาดโลก ต้นทุนเชื้อเพลิง: ต้นทุนจากการขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 28.3% YoY เป็น 31,494 ล้านบาท โดยหลักมาจากค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจากการเรียกเก็บค่าก๊าซย้อนหลังของ ปตท. ฐานะการเงินและกระแสเงินสด สินทรัพย์รวม: ณ 30 มิ.ย. 2568 อยู่ที่ 742,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.6% จาก 1 เม.ย. 2568 โดยหลักจากการลงทุนในบริษัทร่วมและอุปกรณ์ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน หนี้สินรวม: ณ 30 มิ.ย. 2568 อยู่ที่ 396,105 ล้านบาท ลดลง 0.4% จาก 1 เม.ย. 2568 จากการบริหารจัดการกระแสเงินสดและการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้น: ณ 30 มิ.ย. 2568 อยู่ที่ 346,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จาก 1 เม.ย. 2568 จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน: อยู่ที่ 1.14 เท่า และเมื่อพิจารณาตามเงื่อนไขหุ้นกู้ อยู่ที่ 0.87 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด กระแสเงินสด: เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 6,259 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 838 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 2,459 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดคงเหลือเพิ่มขึ้นสุทธิ 2,961 ล้านบาท สรุปท้าย GULF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 ที่โดดเด่นอย่างยิ่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงจากการรวมธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ ควบคู่ไปกับการเติบโตของ Core Profit ที่แข็งแกร่งจากการดำเนินงานของธุรกิจพลังงานหลักและการลงทุนในบริษัทร่วม แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและกฎระเบียบ แต่การขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องและการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว