2026-07-25T01:12:19+00:00 fin TCC บริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TCC สรุปผลประกอบการ Q2/2568 TCC พลิกขาดทุนเป็นกำไร 3.2 ล้านบาทใน Q2/2568 รับแรงหนุนธุรกิจถ่านหิน ธุรกิจถ่านหินฟื้นตัว อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น แม้รายได้รวมลดลง บริษัท ไทย แคปปิตอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TCC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 1.9 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไรสุทธิ 3.2 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับอิทธิพลหลักจากการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจถ่านหิน แม้รายได้รวมจะลดลงก็ตาม Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ TCC พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในไตรมาส 2 ปี 2568 มาจากการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของธุรกิจถ่านหิน ซึ่งสามารถชดเชยรายได้จากการขายที่ลดลงได้ 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือการที่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 14.1% ในไตรมาส 2 ปี 2567 มาอยู่ที่ 18.3% ในไตรมาส 2 ปี 2568 แม้ว่ารายได้จากการขายถ่านหินจะลดลง 12.0% หรือ 25.0 ล้านบาท มาอยู่ที่ 183.5 ล้านบาท แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นนี้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมของธุรกิจถ่านหินอยู่ที่ 33.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 16.0% หรือ 3.0 ล้านบาท ก็มีส่วนช่วยสนับสนุนผลกำไรสุทธิเช่นกัน 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เอกสารไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนของการปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถ่านหินโดยตรง แต่โดยทั่วไปแล้ว การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น ราคาขายถ่านหิน (ASP) ที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับต้นทุนการผลิต หรือการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุเพียงว่าอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 14.1% เป็น 18.3% ส่วนรายได้ที่ลดลงอาจเกิดจากปริมาณการขายที่ลดลง หรือราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แต่ผลกระทบเชิงบวกจากอัตรากำไรที่สูงขึ้นมีน้ำหนักมากกว่า 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร ยังไม่สามารถประเมินได้อย่างชัดเจนว่าการปรับตัวขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถ่านหินจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากเอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับปัจจัยขับเคลื่อนหลัก หรือแนวโน้มราคาถ่านหินในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้ลดลงได้ เป็นปัจจัยเชิงบวกที่อาจช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับหนึ่ง Highlight สำคัญ พลิกมีกำไรสุทธิ: TCC รายงานกำไรสุทธิ 3.2 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 เทียบกับขาดทุนสุทธิ 1.9 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรถ่านหินดีขึ้น: อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจถ่านหินเพิ่มขึ้นจาก 14.1% เป็น 18.3% รายได้ถ่านหินลดลง: รายได้จากการขายถ่านหินลดลง 12.0% หรือ 25.0 ล้านบาท มาอยู่ที่ 183.5 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 16.0% หรือ 3.0 ล้านบาท รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มเล็กน้อย: รายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 7.1% เป็น 7.5 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2568 กลุ่มบริษัท TCC มีรายได้จากการขายถ่านหิน 183.5 ล้านบาท ลดลง 12.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจถ่านหินปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 14.1% เป็น 18.3% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 33.6 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 11.3% เป็น 17.8 ล้านบาท คิดเป็น 9.7% ของรายได้จากการขาย ซึ่งสูงกว่าปีก่อนที่ 7.7% ด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์ มีรายได้ดอกเบี้ย 7.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% และมีต้นทุนบริการลดลง 11.1% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารโดยรวมลดลง 16.0% เป็น 15.8 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 3.2 ล้านบาท เทียบกับขาดทุนสุทธิ 1.9 ล้านบาทในปีก่อน โอกาส การบริหารต้นทุน: การที่บริษัทสามารถควบคุมและลดค่าใช้จ่ายในการบริหารลงได้ เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ธุรกิจบริหารสินทรัพย์: รายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่เติบโตเล็กน้อย แสดงถึงการดำเนินงานที่มั่นคงในส่วนนี้ ความเสี่ยง ความผันผวนของราคาถ่านหิน: แม้ในไตรมาสนี้อัตรากำไรจะดีขึ้น แต่ธุรกิจถ่านหินมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา commodity ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในอนาคต ต้นทุนการขายที่สูงขึ้น: อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง หากไม่สามารถควบคุมได้ อาจกระทบต่อกำไรขั้นต้น สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แนวโน้มราคาถ่านหิน: ติดตามทิศทางราคาถ่านหินในตลาดโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจหลัก ปริมาณการขายถ่านหิน: ตรวจสอบว่าปริมาณการขายถ่านหินมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อประเมินการเติบโตของธุรกิจ การบริหารต้นทุนการขาย: เฝ้าระวังอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้จากการขาย ว่าจะสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่ การเติบโตของธุรกิจบริหารสินทรัพย์: ติดตามการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและผลการดำเนินงานของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน) ในส่วนของธุรกิจถ่านหิน แม้รายได้จากการขายจะลดลง 12.0% มาอยู่ที่ 183.5 ล้านบาท แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 14.1% เป็น 18.3% ถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่ช่วยผลักดันให้บริษัทกลับมามีกำไร การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นนี้ อาจสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เอื้ออำนวยต่อผู้ผลิต หรือการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 11.3% และคิดเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับรายได้ เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับธุรกิจบริหารสินทรัพย์ รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 7.1% เป็น 7.5 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนบริการลดลง 11.1% แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่ค่อนข้างคงที่และมีประสิทธิภาพในส่วนนี้ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท สรุปท้าย TCC สามารถพลิกสถานการณ์กลับมามีกำไรสุทธิ 3.2 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจถ่านหิน ซึ่งสามารถชดเชยรายได้ที่ลดลงได้ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาถ่านหินและแนวโน้มต้นทุนการขายที่สูงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป