2026-07-21T00:15:54+00:00 iaa KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) KBANK โชว์กำไรไตรมาส 2 แกร่ง พร้อมจ่ายปันผลต่อเนื่อง โบรกฯ แนะซื้อเป้า 260 บาท ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เติบโตตามคาด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) รายงานผลการดำเนินงานของธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ในไตรมาส 2/2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโต 26% y-y รวมถึงรายได้จากเงินลงทุน (FVTPL) ที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม กำไรปรับตัวลดลง 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (q-q) เนื่องจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับลดลงตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย และมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) รวมถึงสำรองหนี้สูญ (ECL) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เจาะลึกสถานะการเงินและการบริหารจัดการ ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ KBANK ยังคงบริหารจัดการได้ดี โดยมีอัตราส่วนหนี้เสีย (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.18% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ด้านสินเชื่อรวมมีการขยายตัว 4.5% q-q หรือคิดเป็น 3.3% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) โดยเน้นการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ ทั้งนี้ KSS มองว่ากำไรในช่วงครึ่งปีแรกคิดเป็น 55% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งมีโอกาสเกิด Upside หากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) ยังคงทำผลงานได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์จาก KSS ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" (BUY) โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 260 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ ความสามารถในการรักษาอัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ได้ในระดับ 6% ต่อปี ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน นอกจากนี้ KBANK ยังเป็นหนึ่งในธนาคารที่จะได้รับประโยชน์โดยตรงจากวงจรการลงทุน (Investment Cycle) รอบใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการ Credit Cost และ NPL ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ธนาคารมีความมั่นคงทางการเงินสูง สรุปภาพรวมและคำแนะนำ โดยสรุป KBANK ยังคงเป็นหุ้น Top Pick ของกลุ่มธนาคารคู่กับ KTB ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่รัดกุม แม้จะมีแรงกดดันจาก NIM ที่ลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย แต่การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและวินัยทางการเงินที่เคร่งครัดช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผลเด่นและมีโอกาสเติบโตตามวัฏจักรเศรษฐกิจ KBANK ถือเป็นตัวเลือกที่น่าจับตามองในขณะนี้