2026-07-21T00:15:50+00:00 iaa KKP ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) KKP โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2 กำไรพุ่ง 51% โบรกฯ ปรับเป้าซื้อทันที ไฮไลท์สำคัญ: ผลงานโดดเด่นเกินคาด บริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi) ปรับคำแนะนำหุ้น KKP จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นสู่ 120 บาท (จากเดิม 100 บาท) โดยประเมินมูลค่าด้วยวิธี GGM (ROE 12%, Terminal growth 2%) อิงจาก 1.5x PBV’26E หลังผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยมีกำไรสุทธิ 2.2 พันล้านบาท เติบโตสูงถึง 51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 9% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) เจาะลึกผลประกอบการ: รายได้ตลาดทุนหนุนกำไร ความสำเร็จในไตรมาส 2/2569 มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) รายได้ค่าธรรมเนียมที่ขยายตัวจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและการให้บริการผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล (Dime!) 2) รายได้เงินปันผลที่เพิ่มขึ้น และ 3) การขาดทุนจากรถยึดที่ลดลง นอกจากนี้คุณภาพสินทรัพย์ยังปรับตัวดีขึ้น โดย NPL ratio ลดลงเหลือ 3.5% และมีการตั้งสำรองที่แข็งแกร่งขึ้นด้วย Coverage ratio ที่ 151% ทั้งนี้ KKP ยังได้รับอานิสงส์โดยตรงจากความคึกคักของตลาดทุนไทยที่มีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ KKP มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจตลาดทุนสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ข้อสังเกต: การเติบโตที่ยั่งยืนและปันผลจูงใจ นักวิเคราะห์มองว่า KKP มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในปี 2569 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิจะขยายตัวถึง 34% และ ROE จะปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 12.1% สำหรับนโยบายการจ่ายเงินปันผลถือว่ามีความน่าสนใจมาก โดยคาดการณ์ผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ 6.9% ในปี 2569-2570 และคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ 2.00 บาท จากเป้าหมายรวมทั้งปีที่ 7.50 บาทต่อหุ้น สรุปภาพรวมการลงทุน ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในธุรกิจ Wealth Management และการเป็นผู้นำด้านตลาดทุน ทำให้ KKP มีความได้เปรียบในการสร้างรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย แม้จะมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวดและการปรับตัวสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้โบรกเกอร์เชื่อมั่นว่า KKP จะเป็นหนึ่งในหุ้นที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวและตลาดทุนที่แข็งแกร่งในครึ่งปีหลังนี้