Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa STA บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน)

STA กำไรฟื้นตัวแรงรับขาขึ้นธุรกิจยางธรรมชาติและถุงมือยาง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น STA โดยประเมินว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วง Earnings Upcycle อย่างเต็มตัว ด้วยปัจจัยหนุนจากอุปทานยางธรรมชาติที่ตึงตัวและการฟื้นตัวของธุรกิจถุงมือยาง พร้อมชูจุดเด่น Hidden Value จาก Carbon Credit ที่ยังไม่สะท้อนในงบการเงิน โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 25.50 บาท ซึ่งยังมี Upside gain สูงถึง 39.3% จากราคาปิดล่าสุด วิเคราะห์ผลประกอบการ หยวนต้าคาดการณ์กำไรปกติใน Q2/26 อยู่ที่ 873 ล้านบาท เติบโตโดดเด่นถึง 65% QoQ และพลิกฟื้นจากขาดทุนในปีก่อน โดยมีรายได้รวมคาดการณ์ที่ 28,762 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจยางธรรมชาติที่ปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงธุรกิจถุงมือยางที่ได้อานิสงส์จากราคาขายที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากการรับรู้เงินชดเชยประกันภัยอุทกภัยอีกราว 100 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะพุ่งขึ้นสู่ระดับ 11.3% เทียบกับ 9.6% ใน Q1/26 ข้อสังเกตและแนวโน้มการเติบโต แนวโน้มในช่วง ครึ่งปีหลัง (2H/26) คาดว่าจะทำผลงานได้ดีกว่าครึ่งปีแรก (1H/26) จากราคายางที่อยู่ในระดับสูงและต้นทุนวัตถุดิบที่เริ่มผ่อนคลายลงตามราคาน้ำมัน ส่วนธุรกิจถุงมือยางได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ความต้องการถุงมือยางธรรมชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้บริษัทมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งและมี Carbon Credit ที่ได้รับการรับรองแล้ว 14,000 ตัน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 300,000 ตันภายในสิ้นปี ซึ่งเป็นสินทรัพย์แฝงที่ช่วยเพิ่มมูลค่าในระยะยาว สรุปคำแนะนำการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่าด้วยระดับ PBV ที่ 0.6 เท่า ถือว่าหุ้น STA ยังมีราคาที่น่าสนใจมากเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไรในปี 2569-2570 โดยประมาณการกำไรปกติใน 1H/26 คิดเป็นสัดส่วน 51% ของเป้าหมายทั้งปี ซึ่งมีโอกาสที่ผลประกอบการจริงจะดีกว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ STA ยังเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลน่าสนใจด้วย Yield สูงถึง 6.8% จึงเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นเติบโตในกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรม