Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MRDIYT บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

หุ้น MRDIYT ถูกปรับลดคำแนะนำเป็นถือ หลังราคาหุ้นสะท้อนการเติบโตไปมากแล้ว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย (FSSIA) ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้น MR. D.I.Y. Holding (Thailand) หรือ MRDIYT โดยปรับลดคำแนะนำลงจาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" (HOLD) เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันเริ่มสะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่ากลุ่มค้าปลีกไปมากแล้ว โดยคงราคาเป้าหมายที่ 10.40 บาทต่อหุ้น วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 จะอยู่ที่ 762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (y-y) และเพิ่มขึ้น 12.4% จากไตรมาสก่อนหน้า (q-q) โดยมีกำไรหลักอยู่ที่ 752 ล้านบาท เติบโต 19% (y-y) และ 10.9% (q-q) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาใหม่สุทธิ 56 แห่ง ทำให้มีสาขารวม 1,248 แห่ง (+21.5% y-y) แม้ว่ายอดขายสาขาเดิม (SSS) จะปรับตัวลดลงเล็กน้อย 1.3% เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ชะลอตัวลงในช่วงปลายไตรมาส ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะยังคงแข็งแกร่งอยู่ที่ 52% จากการบริหารจัดการสินค้าและขนาดธุรกิจที่ใหญ่ขึ้น ข้อสังเกตความเสี่ยงและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 จะคิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปี ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีข้อควรระวังคือ อัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอ่อนตัวลง (h-h) เนื่องจากบริษัทไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ในขณะที่สินค้ากว่า 60-70% เป็นการนำเข้าและจ่ายเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ ยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 3/2569 ยังเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจากภาวะกำลังซื้อที่ยังคงผันผวน สรุปภาพรวมการลงทุน ปัจจุบัน MRDIYT ซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E ปี 2569 ประมาณ 19.9 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มค้าปลีกที่ 15.7 เท่า ด้วยเหตุนี้ แม้บริษัทจะมีโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งและการขยายสาขาที่รวดเร็ว แต่ด้วยราคาหุ้นที่มี Upside จำกัด นักวิเคราะห์จึงแนะนำให้เพียงแค่ "ถือ" เพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม โดยมองว่าการเติบโตในอนาคตได้ถูกรวมอยู่ในราคาหุ้นปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว