2026-06-29T15:00:31+00:00 iaa BTG บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) BTG ลุ้นผลงานผ่านจุดต่ำสุดใน Q2 พร้อมเดินหน้าฟื้นตัวครึ่งปีหลัง มุมมองเชิงบวกจากโบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น BTG โดยคงคำแนะนำ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" ที่ราคาเป้าหมาย 23.62 บาทต่อหุ้น อ้างอิงค่า PER ที่ 9.8 เท่า หรือ -0.25SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี โดยนักวิเคราะห์มองว่าบริษัทมีศักยภาพในการแข่งขันสูงจากการลงทุนในศูนย์นวัตกรรมอาหาร (FIC) ซึ่งช่วยยกระดับจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตสู่การเป็นพันธมิตรด้านนวัตกรรมเต็มรูปแบบ รวมถึงมีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่น่าสนใจประมาณ 6% ต่อปี วิเคราะห์สถานการณ์ธุรกิจและผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2/2569 ธุรกิจสัตว์ปีกยังคงเผชิญกับภาวะอุปทานล้นตลาดในประเทศ เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพสัตว์ทำให้การส่งออกบางส่วนไม่เป็นไปตามเป้า อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสุกรเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวจากราคาหน้าฟาร์มที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับระบบ Biosecurity ที่แข็งแกร่งช่วยลดความเสี่ยงจากโรคระบาด ทั้งนี้ LHS คาดการณ์ว่าผลประกอบการของ BTG จะผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 2 และจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ชัดเจนในไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป โดยได้รับปัจจัยหนุนจากฤดูกาลบริโภค มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีแนวโน้มลดลง ข้อสังเกตด้านการเงินและการลงทุน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้กำไรในไตรมาส 2/2569 อาจยังไม่โดดเด่นเนื่องจากฐานกำไรที่สูงในปีก่อนหน้า แต่การปรับสัดส่วนสินค้าไปสู่กลุ่มที่มีมาร์จิ้นสูง (High Margin) และการขยายตลาดส่งออกจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทยังมีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนด้วยการได้รับ SET ESG Ratings ระดับ AAA ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยงเรื่องความผันผวนของราคาปศุสัตว์ ต้นทุนวัตถุดิบ และกฎระเบียบด้านการส่งออกอย่างใกล้ชิด สรุปภาพรวมการเติบโต โดยสรุป LHS เชื่อมั่นในทิศทางการเติบโตของ BTG ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H69) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 4,664 ล้านบาท และปี 2570 ที่ 4,833 ล้านบาท ตามลำดับ การฟื้นตัวของธุรกิจสุกรและสัตว์ปีกประกอบกับต้นทุนการผลิตที่ลดลง จะช่วยหนุนให้อัตรากำไรขยายตัวได้ดีขึ้น นักลงทุนที่สนใจสามารถใช้จังหวะที่ราคาหุ้นอ่อนตัวเข้าสะสมเพื่อรอรับการเติบโตและการจ่ายเงินปันผลที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.25 บาทต่อหุ้นในปีนี้