2026-06-24T15:00:17+00:00 iaa MGC บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) MGC ฟื้นตัวแรงรับกระแสรถยนต์ไฟฟ้า จับตาผลงานครึ่งปีหลังโตเด่น ไฮไลท์สำคัญ: การปรับตัวสู่ยุค EV เต็มตัว บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า MGC กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านธุรกิจที่สำคัญจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ระดับพรีเมียม สู่การเป็นผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะการได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ XPENG แต่เพียงผู้เดียวในไทย และเป็นดีลเลอร์รายใหญ่ของ Zeekr ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ไตรมาส 3/2568 เป็นต้นมา พร้อมประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 ไว้ที่ 8.90 – 12.84 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าอิงค่า PER ที่ 10 – 12 เท่า บนคาดการณ์กำไรปกติที่ 1,000 – 1,200 ล้านบาท วิเคราะห์ผลประกอบการ: กำไรพุ่งทะยานจากยอดส่งมอบ ในส่วนของผลประกอบการ คาดว่ากำไรไตรมาส 2/2569 จะเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยคาดการณ์กำไรไว้ที่ราว 350 ล้านบาท หรือ เติบโตมากกว่า 500% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งมอบรถยนต์ตามยอดจอง (Backlog) ที่แข็งแกร่งจากงาน Motor Show ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 คาดว่าจะมีการส่งมอบรถยนต์ไม่น้อยกว่า 3,000 – 3,500 คัน ส่งผลให้กำไรปกติรวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ราว 600 – 700 ล้านบาท สำหรับภาพรวมทั้งปี 2569 บริษัทมีแนวโน้มได้รับผลบวกจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ขยับขึ้นสู่ระดับ 14% จากสัดส่วนรายได้ธุรกิจ EV ที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อสังเกต: โอกาสทางธุรกิจและสถานะการเงิน จุดที่น่าสนใจคือ MGC มีสถานะทางการเงินที่คล่องตัวขึ้น เนื่องจากโมเดลธุรกิจรถยนต์ EV ช่วยลดภาระการสต็อกสินค้าด้วยเงินลงทุนของบริษัทเอง ทำให้แนวโน้มดอกเบี้ยจ่ายลดลง นอกจากนี้ บริษัทยังมีโอกาสเติบโตในอนาคตจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ XPENG อีก 3 รุ่น ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า รวมถึงนวัตกรรมแห่งอนาคต เช่น รถยนต์บินได้และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัวกว่าคาด ซึ่งอาจกระทบต่อกำลังซื้อสินค้ากลุ่ม Luxury รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากแบรนด์ใหม่ๆ ที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ส่วนสรุป: หุ้นเติบโตที่มาพร้อมปันผล โดยสรุป MGC ถือเป็นหุ้นที่มี Valuation น่าสนใจ โดยซื้อขายที่ PER ปี 2569 ต่ำเพียง 7.0 เท่า อีกทั้งยังมีนโยบายจ่ายเงินปันผลที่คาดว่าจะให้ผลตอบแทน (Dividend Yield) ประมาณ 6% ต่อปี ด้วยปัจจัยบวกจากยอดจองที่รอส่งมอบและแผนการขยายสาขาเชิงรุกเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในครึ่งปีหลังและปี 2567 อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก MGC ยังไม่อยู่ใน Coverage ของหยวนต้า นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ