Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

จับตาหุ้นรับเหมา CK และ STECON หลังข่าวอุโมงค์ดอยหลวง แนะจังหวะย่อตัวคือโอกาสสะสม

ไฮไลท์สำคัญ บล.บัวหลวง (BLS) ประเมินสถานการณ์หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะ CK และ STECON หลังเกิดเหตุการณ์อุโมงค์ดอยหลวงถล่มในโครงการทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งเป็นปัจจัยลบระยะสั้นต่อความเชื่อมั่น (Sentiment) อย่างไรก็ตาม หากราคาหุ้นมีการปรับฐานลง 7-10% ในช่วงสัปดาห์นี้ ถือเป็น จังหวะเข้าซื้อสะสมรอบใหม่ สำหรับนักลงทุนที่ยังไม่มีของ ส่วนผู้ที่มีต้นทุนต่ำแนะนำให้ถือต่อ (Let-profit-run) เนื่องจากพื้นฐานธุรกิจยังแข็งแกร่งและรอเข้าสู่ช่วง Reality Check ของงานประมูลภาครัฐใน 6-9 เดือนข้างหน้า วิเคราะห์ผลกระทบและมุมมองการลงทุน เหตุการณ์ที่อุโมงค์ดอยหลวงถือเป็นเหตุเฉพาะจุดและยังไม่มีความชัดเจนเรื่องความเสียหายโครงสร้างหลัก โดย รฟท. สั่งหยุดงานเพียง 2 วันเพื่อตรวจสอบเท่านั้น บล.บัวหลวงจึงยังไม่ปรับประมาณการกำไรลง แต่ได้ทำ Sensitivity Analysis พบว่าในกรณีเลวร้ายที่สุด (High case) อาจกระทบกำไรราว 10-25% ขึ้นอยู่กับการเคลมประกัน อย่างไรก็ตามโอกาสเกิดกรณีดังกล่าวมีน้อยมาก ทั้งนี้ บล.บัวหลวงได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่ โดย STECON ปรับเป็น 21 บาท (อิง PBV 1.5 เท่า) และ CK ปรับเป็น 22.7 บาท (อิง PBV 1.3 เท่า) โดยมองว่าหากราคาปรับตัวลงมาที่ CK 18 บาท และ STECON 17 บาท จะเป็นจุดรับที่น่าสนใจ ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มนี้ในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับความต่อเนื่องของงานประมูลภาครัฐและเอกชน ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 2-4 แสนล้านบาท ในช่วง 6-9 เดือนข้างหน้า เช่น โครงการ Data Center, มอเตอร์เวย์ M5/M9 และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะช่วยยืนยันว่าการปรับตัวขึ้นของหุ้นรอบนี้มีฐานรองรับที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การเก็งกำไรระยะสั้น โดยเฉพาะ STECON ที่มีความโดดเด่นจากงาน Data Center ที่ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GM) ให้ดีขึ้น ส่วน CK มีจุดแข็งด้านงาน PPP และสถานะทางการเงินที่พร้อมรับงานใหญ่ ส่วนสรุป โดยสรุป บล.บัวหลวงมองว่าแรงขายที่เกิดขึ้นจากประเด็นอุโมงค์ดอยหลวงเป็นเพียง Sentiment-driven มากกว่าการเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐาน โดยเปรียบเทียบกับเหตุการณ์หลุมยุบสามเสนในอดีตที่ราคาหุ้นมักปรับตัวลงเพียงชั่วคราว 1-2 สัปดาห์ก่อนจะฟื้นตัว นักลงทุนควรใช้จังหวะที่ราคาอ่อนตัวลงเป็นโอกาสในการเข้าสะสมหุ้นที่มีศักยภาพชนะการประมูลงานใหญ่ในอนาคต เพื่อรับโอกาสเติบโตจากรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหม่ของประเทศ