Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa STANLY บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

INVX ปรับลดคำแนะนำหุ้น STANLY หลังราคาพุ่งรับข่าวปันผลจนเต็มมูลค่า

สรุปไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ปรับลดคำแนะนำหุ้น บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY ลงจากเดิม "Outperform" เป็น "Neutral" โดยกำหนดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 245 บาท อิงค่า PE ที่ 9.2 เท่า เนื่องจากมองว่าราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นแรงจนสะท้อนปัจจัยบวกเรื่องเงินปันผลไปเรียบร้อยแล้ว เจาะลึกเนื้อหาและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์ระบุว่า นับตั้งแต่มีการประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดครึ่งปีหลังของปี 2569 ราคาหุ้น STANLY ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 215 บาท มาอยู่ที่ 255 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 40 บาท ซึ่งสูงกว่ามูลค่าเงินปันผลที่จะจ่ายจริงที่ 17 บาทต่อหุ้น ทำให้ตลาดรับรู้ข่าวดีไปมากแล้ว สำหรับแนวโน้มผลประกอบการ 1QFY70 (เม.ย.–มิ.ย. 2569) คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตเล็กน้อย YoY จากการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แต่จะ ลดลง QoQ เนื่องจากปัจจัยฤดูกาลที่มีวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ทั้งนี้ INVX ยังคงประมาณการกำไรปกติปี FY2570 ไว้ที่ 2.1 พันล้านบาท เติบโต 8% YoY โดยมีแรงหนุนจากยอดขายที่คาดว่าจะโต 7% และการขยายเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้บริษัทจะมี ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความต้องการซื้อรถยนต์ รวมถึงความเสี่ยงจาก ราคาวัตถุดิบที่ผันผวน โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเรื่องการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และประเด็นที่บริษัทยังไม่มีผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ออกมาทำตลาดอย่างชัดเจน ส่วนสรุปภาพรวม INVX ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราการจ่ายเงินปันผลสำหรับปี FY2570 ขึ้นเป็น 77% ส่งผลให้คาดการณ์เงินปันผลต่อหุ้นอยู่ที่ 21 บาท คิดเป็น อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจถึง 8.2% อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาหุ้นปัจจุบันที่ปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าราคาเป้าหมายที่ 245 บาท ทำให้นักวิเคราะห์มองว่าความน่าสนใจในการเข้าลงทุนระยะสั้นลดลง จึงแนะนำเพียงถือครองเพื่อรับเงินปันผลเท่านั้น