Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

BDMS คาด Q2/69 เป็นจุดต่ำสุด ก่อนฟื้นตัวแกร่งในครึ่งปีหลัง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (INVX) ประเมินทิศทางธุรกิจของ บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) โดยคาดว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 จะเป็น จุดต่ำสุดของปี ก่อนที่จะกลับมาฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) พร้อมคงคำแนะนำ "OUTPERFORM" โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่ 24 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธีคิดแบบ DCF (Discounted Cash Flow) อ้างอิง WACC ที่ 7.3% และอัตราการเติบโตในระยะยาวที่ 2.5% สถานะการเงินและผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2/2569 คาดว่า BDMS จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท ลดลง 5% YoY และ 18% QoQ หากหักรายการพิเศษจากการเคลมประกันออก กำไรปกติจะอยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท ลดลง 7% YoY และ 20% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากช่วงโลว์ซีซั่นและผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านที่ทำให้รายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางลดลง อย่างไรก็ตาม บริการผู้ป่วยไทยยังคงแข็งแกร่ง โดยคาดว่าจะเติบโต 2% ทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากต่างชาติที่อ่อนตัวลงได้บางส่วน ทั้งนี้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีแผนขยายจำนวนเตียงอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้รายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางและกัมพูชาจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่แนวโน้มการเดินทางเริ่มมีความสะดวกมากขึ้น ประกอบกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะช่วยหนุนให้ผู้ป่วยไทยที่เคยเลื่อนการรักษา กลับมาใช้บริการตามปกติในครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องจับตาคือ ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และความไม่แน่นอนของสถานการณ์สงคราม ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้ป่วยชะลอการรักษาที่ไม่เร่งด่วนออกไป รวมถึงการแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาลที่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สรุปภาพรวมการลงทุน โดยรวมแล้ว INVX ยังคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 1.67 หมื่นล้านบาท เติบโต 3% โดยมองว่า BDMS มีศักยภาพการเติบโตที่แข็งแกร่งในพื้นที่ EEC และมีกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาลและธุรกิจ Wellness ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ในระยะยาว นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานที่มั่นคงของบริษัทประกอบกับการฟื้นตัวที่ชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังตามที่คาดการณ์ไว้