Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TACC บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)

TACC โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาสแรกกำไรพุ่ง โบรกฯ ปรับเป้าหมายใหม่รับการเติบโต

ไฮไลท์สำคัญ: ผลงานไตรมาส 1/69 เติบโตโดดเด่น บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด รายงานผลการดำเนินงานของ TACC ในงวดไตรมาส 1/69 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 100 ล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 75% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งถือว่าทำได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 20% โดยได้รับปัจจัยบวกจากการขยายสาขาของร้าน 7-Eleven และร้านกาแฟพันธุ์ไทย รวมถึงกระแสความนิยมในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ๆ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี วิเคราะห์เจาะลึก: แนวโน้มกำไรปี 69 สดใส สำหรับภาพรวมปี 2569 โกลเบล็กได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 6% มาอยู่ที่ 364 ล้านบาท หรือ เติบโต 22% จากปีก่อน โดยมองว่าแนวโน้มต้นทุนขายมีการบริหารจัดการได้ดีกว่าที่คาดไว้เดิม แม้จะมีแรงกดดันจากราคาบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งบ้าง แต่สามารถชดเชยได้ด้วยราคาวัตถุดิบหลักอย่างชาและกาแฟที่เริ่มปรับตัวลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มีแนวโน้มทรงตัวได้ที่ระดับ 32% ตลอดทั้งปี ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในไตรมาส 2/69 รายได้จะยังคงเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ QoQ จากการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนที่กระตุ้นยอดขายเครื่องดื่ม ข้อสังเกต: ปัจจัยเสี่ยงและจุดที่ต้องระวัง แม้ภาพรวมการเติบโตจะดูสดใส แต่มีประเด็นที่นักลงทุนควรติดตาม ได้แก่ 1) การแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ยังคงรุนแรง 2) รายได้กว่า 90% ยังคงพึ่งพาร้าน 7-Eleven เป็นหลัก 3) ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และ 4) บริษัทอยู่ระหว่างการจำหน่ายหุ้นซื้อคืนจำนวน 8 ล้านหุ้น ซึ่งจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมกราคมปี 2570 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สะท้อนจากสัดส่วน SG&A ต่อรายได้ที่ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุน โกลเบล็กปรับราคาเหมาะสมของ TACC ปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 6.60 บาท (จากเดิม 6.20 บาท) โดยใช้วิธีคำนวณจาก Prospective PER ที่ระดับ 11 เท่า อย่างไรก็ตาม เนื่องจากราคาหุ้นปัจจุบันมี Upside เหลือไม่มากนัก ประกอบกับบริษัทมีนโยบายจ่ายปันผลที่น่าสนใจในอัตรา 8-9% ต่อปี ทางโบรกเกอร์จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เพื่อรับผลตอบแทนจากเงินปันผลและการเติบโตในระยะยาว