Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TFM บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)

TFM เผชิญแรงกดดันต้นทุนพุ่งฉุดกำไร Q2/26 โบรกฯ แนะถือรอจังหวะฟื้นตัว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่าง "ปลาป่น" ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 40% ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/26 แม้รายได้จะยังเติบโตได้จากการขยายฐานลูกค้าใหม่ในประเทศ แต่กำไรสุทธิมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ วิเคราะห์ผลประกอบการและมุมมองโบรกเกอร์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi) ประเมินผลประกอบการงวด Q2/26 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิเพียง 146 ล้านบาท (-25%YoY, -1%QoQ) โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น กดดันให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อ่อนตัวลงเหลือ 18.4% จากเดิมที่เคยทำได้ 22.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ โบรกเกอร์ได้ให้คำแนะนำ "ถือ" โดยประเมิน ราคาเป้าหมายที่ 7.2 บาท อ้างอิงวิธีคิดจากค่า PER ที่ระดับ 10 เท่าของประมาณการปี 2569 ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้แนวโน้มระยะสั้นจะถูกกดดันจากต้นทุน แต่มีสัญญาณบวกจาก ราคาน้ำมันและราคาปลาทูน่าที่เริ่มปรับตัวลดลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนได้ตั้งแต่ช่วง Q3/26 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าโครงการลงทุนที่เอกวาดอร์ ซึ่งปัจจุบันมีความล่าช้ากว่าแผนประมาณ 1 ไตรมาสจากปัญหาด้านเอกสาร แต่ยังคงกำหนดการเปิดดำเนินการในปี 2571 ตามเดิม นอกจากนี้ ธุรกิจในอินโดนีเซียยังคงทรงตัวและอยู่ระหว่างการปรับสูตรอาหารเพื่อเร่งการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี ส่วนสรุป ภาพรวมผลการดำเนินงานของ TFM ในช่วงครึ่งปีแรก (1H26) คิดเป็นสัดส่วนเพียง 41% ของกำไรทั้งปีที่คาดการณ์ไว้ที่ 718 ล้านบาท ประกอบกับจะมีค่าใช้จ่ายจากการลงทุนในเอกวาดอร์เข้ามามากขึ้น โบรกเกอร์จึงมองว่าการเติบโตจะค่อยเป็นค่อยไป โดยเน้นการรอจังหวะฟื้นตัวจากต้นทุนที่ลดลงในครึ่งปีหลังและการเติบโตในระยะยาวจากการขยายฐานการผลิตในต่างประเทศเป็นสำคัญ