2026-06-26T14:55:35+00:00 iaa AMATA บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) AMATA พลิกโฉมสู่โครงสร้างพื้นฐานเต็มตัว โบรกเกอร์เชียร์ซื้อเป้า 30 บาท จุดเปลี่ยนสำคัญสู่การเติบโตยั่งยืน บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ (BYD) ออกบทวิเคราะห์แนะนำ “ซื้อ” หุ้น AMATA โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 30.0 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธีประเมินมูลค่าแบบ SoTP โดยมองว่าบริษัทกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดในรอบ 20 ปี จากเดิมที่เป็นเพียงผู้ขายที่ดิน (Land Seller) กำลังยกระดับสู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Platform) ในพื้นที่ EEC อย่างเต็มตัว ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรสุทธิปี 2026E ให้แตะระดับ 3,591 ล้านบาท (+14% y-y) โดยเริ่มต้นปีอย่างแข็งแกร่งด้วยกำไร 1Q26 ที่ 1,379 ล้านบาท (+66% y-y) เจาะลึกปัจจัยบวกและกลยุทธ์การเติบโต ความสำเร็จนี้ขับเคลื่อนด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การฟื้นตัวของยอดขายที่ดินพร้อมราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ 2) การเข้ามาของ Foxsemicon (กลุ่ม Foxconn) ซึ่งเป็นดีลเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่จะดึงดูด Supply Chain อื่นๆ ตามมา 3) กระแส Data Center ที่มีดีลใหญ่ระดับ 300MW อย่าง DDSP และ NTT BKK5 ช่วยสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ระยะยาว 10-20 ปี และ 4) การขยายฐานการเติบโตในเวียดนามและลาว ทั้งนี้ คาดว่าสัดส่วนรายได้ Recurring จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50% ภายในปี 2027E ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนคุณภาพกำไรให้มีความมั่นคงเหนือกว่าผู้พัฒนานิคมฯ ทั่วไป ข้อสังเกตด้านการเงินและสินทรัพย์ ในด้านสถานะทางการเงิน AMATA มี Backlog ในมือกว่า 21,131 ล้านบาท (ปี 2025) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมี Land Bank ขนาดใหญ่ถึง 19,371 ไร่ในพื้นที่ EEC ซึ่งถือเป็น Hidden Asset Value ที่สำคัญ เนื่องจากราคาที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อปี (CAGR 8 ปี) ในขณะที่ต้นทุนที่ดินเดิมของบริษัทอยู่ในระดับต่ำ สำหรับอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 52.1% ในปี 2026E จากการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการขายที่ดินไปยังทำเลที่มีศักยภาพสูงอย่างชลบุรี สรุปคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์มองว่า AMATA มีความโดดเด่นด้วยค่า P/BV ปี 2026E เพียง 1.0x ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมไทย (เฉลี่ย 1.3x) สะท้อนถึงมูลค่าที่ยังไม่ถูกสะท้อนในราคาหุ้น (Deep Value) โดยคาดว่าเมื่อแผนการพัฒนา EECiti และโครงการ Direct PPA มีความชัดเจนมากขึ้น จะเป็น Catalyst สำคัญที่ผลักดันให้เกิดการ Re-rating ของราคาหุ้นให้เข้าใกล้กลุ่มผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น จึงแนะนำให้นักลงทุนเข้าสะสมเพื่อรับการเติบโตในระยะยาว