Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MALEE บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

MALEE เผชิญไตรมาส 2 สุดท้าทาย คาดกำไรลดฮวบก่อนฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

ไฮไลท์สำคัญ: จับตาการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX) ออกบทวิเคราะห์ MALEE Group (MALEE) โดยประเมินว่าผลประกอบการในไตรมาส 2/2569 จะได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิมีแนวโน้มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีปัจจัยบวกจากการเติบโตของธุรกิจน้ำมะพร้าวและการปรับกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกผ่านแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 วิเคราะห์เจาะลึก: แรงกดดันรอบด้านและจุดแข็งที่ยังโดดเด่น สำหรับไตรมาส 2/2569 คาดการณ์รายได้อยู่ที่ 1,862 ล้านบาท (-7.1% y-y) และ กำไรสุทธิคาดว่าจะลดลงเหลือเพียง 8 ล้านบาท (-90% y-y) เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่พุ่งสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นจากการทำกิจกรรมการตลาด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจน้ำมะพร้าวยังคงเป็นพระเอกหลัก ที่เติบโตได้ดีจากความต้องการ OEM ในจีนและสหรัฐฯ รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ "เฉินเจ๋อหย่วน" ที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ชัดเจนขึ้นในไตรมาส 3 และ 4 ข้อสังเกต: ความท้าทายของกลุ่มผลิตภัณฑ์และต้นทุน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำผลไม้ ผลไม้กระป๋อง และนม ยังคงทรงตัว โดยเฉพาะกลุ่มนมที่ยังได้รับผลกระทบจากปัญหาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว ทั้งนี้ บล.โกลเบล็ก ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลงเหลือ 93 ล้านบาท (-52.8% y-y) แต่คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในครึ่งปีหลังจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการรับรู้รายได้จากการตลาดที่เข้มข้นขึ้น บทสรุปและการลงทุน: คงคำแนะนำ HOLD พร้อมราคาเป้าหมายใหม่ บล.โกลเบล็ก คงคำแนะนำ "ถือ" (HOLD) โดยปรับราคาเป้าหมายปี 2569 เป็น 4.10 บาท อ้างอิงวิธี P/E Ratio ที่ 11 เท่าของกำไรปี 2570 โดยมองว่าราคาหุ้นสะท้อนความท้าทายในระยะสั้นไปแล้ว และนักลงทุนควรติดตามการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ผลประกอบการกลับมาเติบโตได้อีกครั้งในปี 2570