2026-06-30T14:53:18+00:00 iaa TRUE บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TRUE โชว์ฟอร์มแกร่งกำไรพุ่งต่อเนื่อง โบรกฯ อัปเป้าใหม่ 18.60 บาท ไฮไลท์สำคัญ: การเติบโตของกำไรและวินัยทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น TRUE โดยคาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท เติบโตโดดเด่น +57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย +1.8% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้ธุรกิจหลักที่เติบโต การบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด และการลงทุนอย่างมีวินัยทางการเงิน ซึ่งส่งผลบวกต่อภาพรวมของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนเนื้อหา: เจาะลึกผลประกอบการและกลยุทธ์ สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 คาดว่ารายได้จากธุรกิจบริการ (Service revenue ex-IC) จะอยู่ที่ 3.29 หมื่นล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจาก ARPU ฝั่ง Prepaid ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการปรับแพ็กเกจขั้นต่ำ รวมถึงธุรกิจ Broadband ที่ยังคงเติบโตตามความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้านที่สูงขึ้น ในขณะที่ธุรกิจ Media และ Entertainment มีการปรับกลยุทธ์ลดความเสี่ยงด้วยการเน้นคอนเทนต์บันเทิงแทนการลงทุนด้านกีฬา ทั้งนี้ หยวนต้าได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ขึ้นอีก 13% และ 12% ตามลำดับ สะท้อนถึงความสามารถในการลดต้นทุนที่ทำได้เร็วกว่าคาด พร้อมปรับเพิ่มราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2569 เป็น 18.60 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี DCF (WACC 9.0%, Terminal Growth 1.5%) ข้อสังเกต: โอกาสจากเงินปันผลและศักยภาพการเติบโต หยวนต้ายังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินปันผล (DPS) ปี 2569-2570 เป็น 0.64 บาท และ 0.69 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ โดยมองว่า TRUE มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าตลาดคาดการณ์ไว้ราว 26% ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายที่ระดับ EV/EBITDA ปี 2569 เพียง 7.4 เท่า ซึ่งถือว่ามีส่วนลด (Discount) เมื่อเทียบกับ ADVANC ที่ 10.3 เท่า ทั้งที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรของ TRUE มีความโดดเด่นกว่ามาก ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุน หยวนต้าคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TRUE โดยมองว่าเป็นหุ้นที่น่าสนใจที่สุดในกลุ่มโทรคมนาคม เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ และการบริหารต้นทุนโครงข่ายที่มีวินัยทางการเงินสูง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงกว่าคาด หรือความล่าช้าในการรับรู้ Synergy หลังการควบรวมกิจการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคตได้