2026-07-08T14:52:56+00:00 iaa SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) SCGP โชว์ฟอร์มแกร่งคาดกำไร Q2/69 พุ่งทะยาน 95% โบรกฯ อัพเป้าใหม่ 31.8 บาท สรุปไฮไลท์สำคัญ: กำไรโตกระโดดรับดีมานด์ฟื้นตัว บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ประเมินผลการดำเนินงานของ SCGP ในไตรมาส 2/2569 ว่าจะออกมาอย่างแข็งแกร่ง โดยคาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ 1.97 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็นการ เติบโตสูงถึง 26% จากไตรมาสก่อน (QoQ) และพุ่งขึ้นถึง 95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งถือเป็นระดับกำไรที่สูงสุดในรอบ 18 ไตรมาส โดยได้รับแรงหนุนหลักจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นและการปรับราคาขายขึ้นได้สำเร็จ เจาะลึกเนื้อหา: ปัจจัยบวกหนุนธุรกิจและจุดคุ้มทุนของ Fajar ในไตรมาสนี้ SCGP มีรายได้จากการขายคาดการณ์ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% QoQ โดยได้อานิสงส์จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 5% QoQ จากการฟื้นตัวของตลาดในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการสต็อกสินค้าเพื่อรองรับเทศกาลสำคัญ นอกจากนี้ ธุรกิจ Fajar ในอินโดนีเซียยังสามารถ ถึงจุดคุ้มทุนในระดับกำไรได้เป็นครั้งแรกในไตรมาสนี้ จากการปรับขึ้นราคาขายให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดและประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบอย่างกระดาษรีไซเคิลและค่าขนส่งจะปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์สงคราม แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการผ่านการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale) ทำให้มาร์จิ้นโดยรวมขยายตัวได้ดี ข้อสังเกตและแนวโน้มการลงทุน: จับตาดีล M&P ปลายปี นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้กำไรในไตรมาส 3/2569 อาจชะลอตัวลงเล็กน้อยตามปัจจัยฤดูกาลในช่วงฤดูฝน แต่ภาพรวมทั้งปี 2569 ยังคงสดใส โดยบริษัทได้ตั้งงบลงทุน (CAPEX) ไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีการทำดีลการควบรวมและซื้อกิจการ (M&P) ใหม่ในช่วงปลายปีนี้ประมาณ 5-6 พันล้านบาท ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญในปีถัดไป ทั้งนี้ LHS ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานการเติบโตระยะยาวของบริษัท ทำให้มีการปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นเป็น 31.8 บาท ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ คงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 31.8 บาท ด้วยวิธีคิดแบบ DCF (Discounted Cash Flow) โดยมองว่าแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่เมื่อเทียบกับระดับราคาในอดีตเมื่อ 4 ปีก่อน ราคาปัจจุบันยังถือว่ามี Upside ที่น่าสนใจ ประกอบกับแนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) ที่ยังคงเติบโตสูงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยงเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่อาจกระทบความต้องการบรรจุภัณฑ์ และความผันผวนของต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด