2026-07-11T14:52:27+00:00 iaa CPF บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) CPF จับตาฟื้นตัวครึ่งปีหลัง ลุ้นราคาเนื้อสัตว์หนุนกำไร ไฮไลท์สำคัญ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2569 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท ลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาเนื้อสัตว์ในไทยปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม โบรกเกอร์ FSSIA ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 24.00 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่าแบบ P/E Ratio ที่ 12 เท่า โดยมองว่าการฟื้นตัวของราคาหมูในไทยและจีนจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง วิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มการดำเนินงาน ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ได้รับแรงกดดันจากราคาเนื้อสัตว์ที่อ่อนตัว โดยเฉพาะราคาไก่ที่ลดลงอย่างมากในเดือนมิถุนายน ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นส่งผลให้คาดการณ์อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) จะลดลงเหลือ 14.9% จาก 15.6% ในไตรมาส 1/2569 สำหรับภาพรวมปี 2569 นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ 17.8 พันล้านบาท และคาดว่าจะเติบโต 11.7% ในปี 2570 โดยบริษัทมุ่งเน้นการเติบโตที่ยั่งยืน 5-10% ต่อปี ผ่านการขยายห่วงโซ่คุณค่าและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตใน 17 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะเวียดนามที่เป็นตลาดสำคัญและมีแผนจะนำบริษัทลูกเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 ข้อสังเกตด้านการเงินและการลงทุน สถานะทางการเงินของ CPF มีการปรับตัวดีขึ้น โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E) ลดลงเหลือ 1.75 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 จาก 1.81 เท่า ณ สิ้นปี 2568 ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าราคาหมูในไทยที่เริ่มฟื้นตัวมาอยู่ที่ 64-66 บาทต่อกิโลกรัมในเดือนกรกฎาคม เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ นอกจากนี้ยังต้องจับตาการฟื้นตัวของราคาหมูในจีนที่คาดว่าจะแตะระดับ 12-13 หยวนต่อกิโลกรัมในครึ่งปีหลัง ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจในจีนกลับมาทำกำไรได้ในไตรมาส 4/2569 อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงจากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอและต้นทุนวัตถุดิบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด สรุปภาพรวมการลงทุน แม้ผลประกอบการระยะสั้นในไตรมาส 2/2569 จะดูอ่อนแอ แต่ FSSIA ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาเนื้อสัตว์ที่เริ่มมีเสถียรภาพและแนวโน้มราคาหมูในจีนที่ปรับตัวดีขึ้น นักลงทุนสามารถคาดหวังอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ได้ที่ประมาณ 4.4% ซึ่งถือเป็นระดับที่น่าสนใจสำหรับการถือลงทุนในหุ้นกลุ่มอาหารที่มีฐานการผลิตแข็งแกร่งทั่วโลก