Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTTEP บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

PTTEP โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 2 รับอานิสงส์ราคาขายพุ่ง โบรกฯ มั่นใจเคาะเป้า 190 บาท

ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โดดเด่น บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX) ออกบทวิเคราะห์หุ้น PTTEP โดยประเมินว่าผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะออกมาแข็งแกร่ง โดยคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 27,370 ล้านบาท และกำไรปกติอยู่ที่ 24,070 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 565 kboed และราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอยู่ที่ 54 USD/boe นอกจากนี้ยังมี ผลบวกจากกำไรพิเศษของการทำประกันความเสี่ยง (Hedging Gain) จำนวน 3,300 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนต่อหน่วยที่ปรับตัวสูงขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการสำรวจและการตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดี วิเคราะห์แนวโน้มการเติบโตและโครงการในอนาคต สำหรับภาพรวมการดำเนินงานในปี 2569 โบรกเกอร์มองว่าแม้ไตรมาส 3/2569 อาจชะลอตัวลงชั่วคราวเนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงตามแผน แต่จะกลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 4/2569 จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและราคาก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้นตามรอบการปรับราคาในเดือนตุลาคม นอกจากนี้ โครงการ Mozambique LNG ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการเติบโตระยะยาว โดยบริษัทถือหุ้น 8.5% และคาดว่าจะเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในปี 2572 ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงให้กับพอร์ตโฟลิโอพลังงานของบริษัทในอนาคต ข้อสังเกตด้านสถานะทางการเงินและการลงทุน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า PTTEP มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยกระแสเงินสดที่มั่นคง แม้จะมีภาระการลงทุน (CAPEX) ในโครงการขนาดใหญ่ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 จะเติบโตขึ้นถึง 28.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ควรติดตามปัจจัยความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลก รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่อาจเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตที่ขยายตัว สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.โกลเบล็ก คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 190 บาทต่อหุ้น โดยใช้วิธีการประเมินมูลค่าพื้นฐานที่สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตจากราคาขายเฉลี่ยที่ดีขึ้น การควบคุมต้นทุนที่ทำได้ดี และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้นักลงทุนยังคงได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจจากเงินปันผลและโอกาสในการเติบโตของสินทรัพย์ในระยะยาว