2026-07-07T14:48:35+00:00 iaa PTTEP บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) PTTEP โชว์กำไร Q2/69 โดดเด่น พร้อมจ่ายปันผลจูงใจนักลงทุน ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ประเมินผลการดำเนินงานของ PTTEP ในไตรมาส 2/2569 ว่าจะมีความโดดเด่นอย่างมาก โดยคาดการณ์กำไรสุทธิไว้ที่ 2.67 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง +126% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และ +98% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แม้จะมีปัจจัยกดดันจากทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง แต่บริษัทฯ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 146 บาทต่อหุ้น เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ยังอยู่ในระดับที่น่าสนใจถึง 6.7% เจาะลึกผลประกอบการและการเติบโต ปัจจัยหนุนหลักในไตรมาส 2/2569 มาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 567 พันบาร์เรลต่อวัน (+3% QoQ, +12% YoY) ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมจากการผลิตก๊าซในอ่าวไทยที่ทำได้ดีกว่าเป้าหมาย รวมถึงราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาดูไบ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของต้นทุนต่อหน่วย (Unit cost) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น $30.1 ต่อบาร์เรล จากการตัดจำหน่ายหลุมผลิตในอ่าวไทยและค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นตามกิจกรรมการขุดเจาะ ทั้งนี้ หากไม่รวมกำไรจากสัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedging) กำไรปกติจะอยู่ที่ 2.38 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์จาก LHS มีมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 โดยคาดว่ากำไรปกติจะ ปรับตัวลดลงอย่างมาก เนื่องจากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่มีโอกาสลดลง นอกจากนี้ยังพบแรงกดดันจากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่เริ่มมีการขายหุ้นออกมาต่อเนื่องในช่วง 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันดิบที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังผ่านช่วงสงครามไปแล้ว สำหรับปัจจัยเสี่ยงหลักที่ต้องจับตาคือความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ ต้นทุนการผลิตที่อาจสูงกว่าคาด และความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ สรุปภาพรวมการลงทุน แม้ PTTEP จะเผชิญกับปัจจัยลบด้าน Momentum ของกำไรที่จะเป็นจุดสูงสุดในไตรมาส 2/2569 และการขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ แต่ด้วยพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและการจ่ายเงินปันผลที่จูงใจ ทำให้ LHS ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 146 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในระยะยาวที่ปรับตัวลดลง นักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการผลิตในครึ่งปีหลังอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางการเติบโตของกำไรในปี 2569 ต่อไป