Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AWC บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน)

KGI ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย AWC รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว

ไฮไลท์สำคัญ บล. KGI คงคำแนะนำ "Neutral" สำหรับหุ้น AWC แต่ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 2.60 บาท จากเดิม 2.50 บาท หลังปรับประมาณการกำไรขึ้น โดยมองว่าบริษัทได้รับผลบวกโดยตรงจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวไทย และการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงแรมที่จะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรเฉลี่ย (CAGR) ประมาณ 10% ในช่วงปี 2569-2570 อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนปัจจัยบวกเหล่านี้ไปมากแล้ว ทำให้มีอัพไซด์จำกัด เจาะลึกผลประกอบการและแนวโน้ม KGI คาดการณ์ว่ารายได้ต่อห้องพักเฉลี่ย (RevPAR) ในไตรมาส 2/2569 จะกลับมาเติบโตเป็นบวกที่ 3-4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) หลังจากที่ลดลง 1% ในไตรมาส 1/2569 โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มโรงแรมในกรุงเทพฯ และโรงแรมหรูนอกกรุงเทพฯ รวมถึงการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน สหรัฐฯ และอินเดีย สำหรับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H26) คาดว่าโมเมนตัมกำไรจะเร่งตัวขึ้นจากฐานที่ต่ำ และการจัดงาน MICE ขนาดใหญ่ รวมถึงคอนเสิร์ตระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยผลักดันอัตราค่าห้องพัก (ARR) ให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ข้อสังเกตด้านการดำเนินงาน นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 6% และ 3% ตามลำดับ โดยคาดการณ์กำไรปี 2569 อยู่ที่ 2.5 พันล้านบาท (+28% YoY) ปัจจัยหนุนหลักมาจากแนวโน้ม RevPAR ที่แข็งแกร่งขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม มีการปรับลดประมาณการรายได้จากธุรกิจพาณิชย์ลง เนื่องจากมีการปรับลดค่าเช่าเพื่อรักษาอัตราการเข้าใช้พื้นที่ในส่วนของค้าปลีกและอาคารสำนักงาน นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่สูงขึ้นจากการเตรียมเปิดโรงแรมใหม่ในช่วงไตรมาส 3/2569 สรุปภาพรวมการลงทุน แม้ AWC จะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย แต่ KGI มองว่าราคาหุ้นปัจจุบันที่ซื้อขายในระดับพรีเมียมเมื่อเทียบกับกลุ่ม (8-10x EV/EBITDA) ได้สะท้อนการฟื้นตัวของกำไรไปแล้ว จึงคงคำแนะนำ "Neutral" โดยมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาคือความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการท่องเที่ยวในอนาคต