Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AEONTS บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

AEONTS เผยกำไรไตรมาส 1/69 ตามคาด โบรกฯ ชี้ธุรกิจหลักยังชะลอตัวคงคำแนะนำถือ

ผลประกอบการไตรมาส 1/69 และมุมมองโบรกเกอร์ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 793 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามที่บริษัทหลักทรัพย์ FSSIA คาดการณ์ไว้ โดยกำไรลดลง 13.1% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 2.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ FSSIA ได้คงคำแนะนำ "ถือ" (HOLD) โดยให้ ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 100 บาท ซึ่งประเมินด้วยวิธี GGM (GGM-based TP) โดยมองว่าแม้การเติบโตจะจำกัด แต่บริษัทมีจุดเด่นด้านอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจในระดับ 5-6% ต่อปี เจาะลึกสถานะการเงินและการดำเนินงาน ในส่วนของผลการดำเนินงานหลักยังคงมีความท้าทาย โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ปรับตัวลดลงจากการหดตัวของสินเชื่อในทุกกลุ่มหลัก ยกเว้นสินเชื่อเช่าซื้อในกัมพูชาที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตเพียงกลุ่มเดียว นอกจากนี้ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (Loan Spread) ยังปรับตัวแคบลงเหลือ 16.06% เนื่องจากผลตอบแทนจากสินเชื่อลดลงเร็วกว่าต้นทุนทางการเงิน อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้ดี โดยลดลง 4.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ในระดับหนึ่ง ข้อสังเกตด้านคุณภาพสินทรัพย์และกลยุทธ์ ด้านคุณภาพสินทรัพย์มีสัญญาณปรับตัวดีขึ้นตามคาด โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลง 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าอัตราส่วน NPL จะขยับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.60% เนื่องจากการหดตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิต (Credit Cost) ปรับตัวลดลงเหลือ 7.64% จากการกลับรายการสำรองส่วนเกินที่เกี่ยวข้องกับอุทกภัย อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ตั้งสำรองเพิ่มเติมสำหรับพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองเพื่อรองรับความเสี่ยง ส่งผลให้อัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) ยังคงแข็งแกร่งที่ 169% สรุปภาพรวมการลงทุน FSSIA คาดการณ์ว่ากำไรในไตรมาส 2/69 มีโอกาสฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้าหากบริษัทมีการบันทึกกำไรจากการขายหนี้เสีย แต่ภาพรวมธุรกิจหลักยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัวภายใต้กลยุทธ์การปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังของบริษัท โดยโบรกเกอร์ยังคงประมาณการกำไรปี 2569-2571 ไว้ตามเดิม โดยคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 4.8% ต่อปี ซึ่งนักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และทิศทางการเติบโตของสินเชื่อในระยะถัดไป