2026-07-02T14:45:50+00:00 iaa SINGER บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) SINGER พลิกฟื้นธุรกิจเข้าสู่ช่วง Turnaround เต็มตัว โบรกฯ มองกำไรปี 2026 โตเด่น 476.5% ไฮไลท์สำคัญ: การกลับมาของ SINGER และการเติบโตของ SGC บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์แนะนำ "ซื้อ" หุ้น SINGER โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2027 ไว้ที่ 13.50 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่าอิง Prospective PBV ที่ 0.8x โดยมองว่า SINGER ได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตในปี 2023 ที่มีการตั้งสำรองหนี้เสียจำนวนมากไปแล้ว ปัจจุบันบริษัทเข้าสู่ช่วง Turnaround ที่สวยงาม โดยมี SGC (บริษัทย่อยที่ SINGER ถือหุ้น 78.17%) เป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างกำไรผ่านสินเชื่อ Locked Phone ที่มีผลตอบแทนสูงและควบคุมความเสี่ยงได้ดี ส่วนเนื้อหา: เจาะลึกการฟื้นตัวและกลยุทธ์ธุรกิจ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2026 คาดว่า SINGER จะมีกำไรสุทธิ 156 ล้านบาท พลิกจากที่ขาดทุน 14 ล้านบาทในไตรมาส 2/2025 และโตต่อเนื่อง 9.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจาก 1) รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะโต 17.7% QoQ จากยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและสินค้าใหม่ที่มีอัตรากำไรสูง และ 2) การตั้งสำรองที่คาดว่าจะลดลง 6.8% QoQ เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์ของสินเชื่อ Locked Phone มีเสถียรภาพ ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 2026 ไว้ที่ 606 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น 476.5% YoY และคาดว่าจะโตต่อเนื่องอีก 23.8% ในปี 2027 ข้อสังเกต: ฐานะการเงินแข็งแกร่งและโอกาสในอนาคต จุดที่น่าสนใจคือ SINGER มีภาระหนี้สินต่ำมาก โดยมี Interest Bearing D/E เพียง 0.1x ทำให้มีศักยภาพในการใช้ Leverage เพื่อขยายธุรกิจได้อีกมาก นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ทั้งการลดพนักงาน Back Office และการคัดเลือกพนักงานขาย Direct Sale ที่มีคุณภาพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในระบบ Locked System เพื่อควบคุมหนี้เสีย (NPL) ให้ลดลงเหลือเพียง 2.6% ในกลุ่มสินเชื่อใหม่ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดความเสี่ยงในการตั้งสำรองด้อยค่าทรัพย์สินเหมือนในอดีต ส่วนสรุป: มุมมองการลงทุน โดยสรุป SINGER กำลังอยู่ในทิศทางของการฟื้นตัวที่ชัดเจนและต่อเนื่อง ทั้งจากธุรกิจสินเชื่อของ SGC ที่เติบโตได้ดีและธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กลับมาขยายตัวผ่านช่องทางใหม่ๆ ราคาหุ้นปัจจุบันยังถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไรในอนาคต โดยมี Upside ถึง 37.8% จากราคาเป้าหมายที่ 13.50 บาท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ความสามารถในการระดมทุน และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด