Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

TU ลุ้นกำไร Q2/69 แกร่งรับอานิสงส์เงินคืนภาษีสหรัฐฯ พร้อมจับตาต้นทุนวัตถุดิบขาลง

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ BLS (บัวหลวง) ออกบทวิเคราะห์หุ้น TU (ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป) โดยประเมินว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/69 จะเติบโตโดดเด่นจากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยยอดขายที่แข็งแกร่งในสหรัฐฯ และการรับรู้รายได้จากเงินคืนภาษีนำเข้า ซึ่งช่วยชดเชยปัจจัยกดดันจากค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูงได้เป็นอย่างดี วิเคราะห์ผลประกอบการและมุมมองการลงทุน BLS คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ไว้ที่ 1.22 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% QoQ โดยมีปัจจัยบวกจากอัตรากำไรขั้นต้นที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 19.7% จาก 18.2% ในไตรมาส 1/69 นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างปลาทูน่าและกุ้งขาวมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ซึ่งจะเริ่มสะท้อนผลบวกชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 3/69 เป็นต้นไป ทั้งนี้ BLS คงคำแนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 13.6 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าตามปัจจัยพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มธุรกิจอาหาร โบรกเกอร์ยังคงให้ความสนใจและชอบ ITC มากกว่า เนื่องจากมีความชัดเจนของกำไรและการเติบโตที่แข็งแกร่งกว่า ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ผลการดำเนินงานหลักจะดูสดใส แต่บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับ ปัจจัยกดดันจากคดีความทางกฎหมาย (Red Lobster GUC Trust และข้อพิพาทกับ Fortress) ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนเรื่องมูลค่าความเสียหาย นอกจากนี้ รายได้พิเศษจากเงินคืนภาษีนำเข้าสหรัฐฯ คาดว่าจะลดลงหรือหมดไปในไตรมาส 3/69 ทำให้คุณภาพกำไรในอนาคตจะต้องพึ่งพาการเติบโตของอุปสงค์พื้นฐานและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนสรุป โดยรวม TU ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยมีจุดแข็งจากการปรับขึ้นราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนและอุปสงค์ที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของคดีความทางกฎหมายอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นปัจจัยลบที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้น