Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAGURO บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

KGI มอง MAGURO เติบโตแกร่งรับแผนขยายสาขาเชิงรุก เคาะเป้าหมาย 21 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บล. KGI คงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับหุ้น MAGURO โดยกำหนดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 21.00 บาท อ้างอิงจากคาดการณ์กำไรไตรมาส 2/2569 ที่จะเติบโต 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และ 7% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) มาอยู่ที่ 37 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่องและการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ที่ช่วยผลักดันรายได้ให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เจาะลึกผลประกอบการและกลยุทธ์ ในไตรมาส 2/2569 คาดว่าบริษัทจะมีรายได้รวม 582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดสาขาใหม่รวม 58 แห่ง (จาก 54 แห่งในไตรมาส 1) แม้ว่าอัตราการเติบโตจากสาขาเดิม (SSSG) จะติดลบเล็กน้อยที่ 5% จากผลกระทบของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นเป็น 46.3% ทั้งนี้ KGI คาดการณ์การเติบโตของกำไรเฉลี่ย (CAGR) ในช่วงปี 2569-2571 ไว้ที่ 18% ต่อปี โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทเตรียมเร่งเครื่องขยายสาขาอีกอย่างน้อย 8 แห่ง รวมถึงการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ เช่น Kaiten Sushi Ginza Onodera และ Age.3 Japanese Fried Sandwich ข้อสังเกตจากการวิเคราะห์ นักวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง 10% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบัน MAGURO ซื้อขายอยู่ที่ระดับ PEG เพียง 0.7 เท่า ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 1.0 เท่า อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหาร และ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อาจอ่อนตัวลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะสั้นได้ สรุปภาพรวมการลงทุน KGI ยังคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 165 ล้านบาท (+11% YoY) โดยมองว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะเติบโตโดดเด่นกว่าครึ่งปีแรก ทั้งในแง่ของรายได้และกำไรจากการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาที่ขยายตัวและการเปิดแบรนด์ใหม่ที่ประสบความสำเร็จ การที่หุ้นซื้อขายในระดับ P/E ที่ไม่สูงเกินไปสะท้อนว่าตลาดได้รับรู้ความกังวลในระยะสั้นไปมากแล้ว จึงเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตในระยะยาว