Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa AEONTS บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

อิออนธนสินทรัพย์โชว์กำไร Q1 ตามคาด พร้อมลุ้นฟื้นตัวในไตรมาสถัดไป

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท อิออนธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 (มี.ค.-พ.ค.) มีกำไรสุทธิ 793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะอ่อนตัวลง แต่ได้แรงหนุนจากการตั้งสำรอง (ECL) ที่ต่ำกว่าคาด โบรกเกอร์ INVX จึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 110 บาท พร้อมคงคำแนะนำ NEUTRAL โดยมองว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลยังคงมีความน่าสนใจที่ระดับ 5.3% เจาะลึกผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต ในไตรมาส 1/2569 บริษัทได้รับผลกระทบจากนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น ทำให้สินเชื่อหดตัว 0.9% QoQ และ NIM ปรับตัวลดลง 23 bps อย่างไรก็ตาม INVX คาดการณ์ว่าในไตรมาส 2/2569 ผลประกอบการจะฟื้นตัวได้ทั้งจากไตรมาสก่อนและปีที่ผ่านมา โดยได้รับปัจจัยบวกจากโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้หนี้สูญรับคืน รวมถึงคาดว่าจะมีการบันทึกกำไรจากการขาย NPL เข้ามาเพิ่มเติม ทั้งนี้ INVX ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 เพิ่มขึ้น 3% โดยคาดว่ากำไรทั้งปีจะเติบโตได้ 6% จากการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เข้มงวดและการเพิ่มขึ้นของรายได้นายหน้าประกันภัย ข้อสังเกตด้านคุณภาพสินทรัพย์และการดำเนินงาน สิ่งที่น่าจับตามองคือคุณภาพสินทรัพย์ โดย NPL ทรงตัวในระดับเดิม แต่สินเชื่อ Stage 2 เพิ่มขึ้น 6% QoQ ซึ่งเป็นผลจากการกลับรายการสำรอง management overlay ที่เคยตั้งไว้รองรับอุทกภัยในปีก่อนหน้า ส่งผลให้ Credit Cost ลดลงมาอยู่ที่ 7.63% สำหรับการประเมินมูลค่าหุ้น INVX ใช้วิธีอิงค่า PBV ที่ 0.92 เท่า หรือคิดเป็น PE ที่ 8.4 เท่า สำหรับปี 2569 เพื่อกำหนดราคาเป้าหมายใหม่ที่ 110 บาท โดยนักลงทุนควรระวังปัจจัยเสี่ยงเรื่องภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่อาจกระทบคุณภาพสินทรัพย์ และความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้น สรุปภาพรวมการลงทุน โดยรวมแล้ว AEONTS ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ตามเป้าหมาย แม้สินเชื่อจะเติบโตในระดับต่ำ แต่ด้วยเงินปันผลที่คาดว่าจะจ่ายในอัตราที่น่าสนใจถึง 5.3% ทำให้หุ้นตัวนี้ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่เน้นผลตอบแทนจากเงินปันผล อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการฟื้นตัวของรายได้ในไตรมาส 2/2569 อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลสำเร็จจากโครงการช่วยเหลือของภาครัฐที่จะเป็นตัวแปรสำคัญในการหนุนกำไรให้เติบโตตามคาดการณ์