2026-07-09T14:46:26+00:00 iaa AEONTS บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) AEONTS เผชิญแรงกดดันสินเชื่อและ NIM ปรับลดคำแนะนำเป็นถือ ไฮไลท์สำคัญ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 (1 มี.ค. - 31 พ.ค. 2568) อยู่ที่ 793 ล้านบาท เติบโต 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยโบรกเกอร์ PI ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนลงเป็น “ถือ” (จากเดิมซื้อ) พร้อมปรับราคาเป้าหมายพื้นฐานใหม่เป็น 108 บาท จากเดิม 106 บาท เพื่อสะท้อนการปรับลดสำรองหนี้ฯ ลง วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 ถูกกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลงตามยอดสินเชื่อที่หดตัว 0.9% จากการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุมในภาวะเศรษฐกิจผันผวนและภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง นอกจากนี้ ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 17.3% (-34 bps YoY, -23 bps QoQ) ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตชะลอตัวลง แม้จะมีปัจจัยบวกจากการติดตามหนี้สูญรับคืนและการลดลงของสำรองหนี้ฯ จากการกลับสำรองพิเศษที่เคยตั้งไว้ในปี 2568 ก็ตาม ทั้งนี้ โบรกเกอร์ PI ประเมินด้วยวิธี Gordon growth model (ROE 11%, Long term growth 2%) อิงกับ 0.9x PBV’26E และ 8.5x PE’26E ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่าแนวโน้มกำไรสุทธิในปี 2569-2570 จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอตัวลงที่ 1.7% และ 2.5% ตามลำดับ โดยคาดการณ์ว่าสินเชื่อจะยังคงลดลงต่อเนื่องและ NIM จะทรงตัวในระดับต่ำ ทั้งนี้บริษัทได้ประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 2 วงเงินไม่เกิน 300 ล้านบาท (จำนวน 2.5 ล้านหุ้น) ซึ่งเมื่อรวมกับครั้งก่อนหน้าจะคิดเป็น 2% ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด สำหรับการจ่ายเงินปันผลคาดว่าจะอยู่ที่ 5.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจถึง 5.3% สรุปภาพรวม แม้ AEONTS จะมีจุดแข็งด้านการบริหารจัดการ ESG ที่ดีขึ้นและมีนโยบายปันผลที่สม่ำเสมอ แต่ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่คุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและหนี้ครัวเรือนที่สูง การปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” จึงเป็นการสะท้อนความระมัดระวังต่อการเติบโตของสินเชื่อที่ยังคงอ่อนแอ โดยนักลงทุนควรติดตามการบริหารจัดการความเสี่ยงและการขยายพอร์ตสินเชื่อใหม่ๆ เพื่อรองรับความผันผวนในอนาคต