Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCGD บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน)

SCGD เผยกำไรปกติแกร่งแม้ตลาดไทยชะลอตัว โบรกฯ แนะซื้อรับปันผลสูง 7%

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น SCGD โดยคาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 จะมีผลขาดทุนสุทธิ -295 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายพิเศษ (Impairment) ราว -550 ล้านบาท จากการปรับปรุงสายการผลิตในไทย อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะกำไรปกติจะอยู่ที่ 255 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +13% จากไตรมาสก่อนหน้า แม้จะลดลง -10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทสามารถรักษาระดับมาร์จิ้นได้ดีจากการปรับขึ้นราคาขายและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ เจาะลึกสถานการณ์และแนวโน้มการเติบโต แม้ตลาดกระเบื้องในไทยจะได้รับผลกระทบจากภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวและปัจจัยฤดูกาล แต่ SCGD ยังคงรักษายอดขายไว้ได้ที่ 5.3 พันล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากตลาดเวียดนามที่เติบโต +5% YoY รวมถึงการปรับกลยุทธ์ส่งออกจากเวียดนามไปฟิลิปปินส์ และการปรับขึ้นราคาขายกระเบื้องและสุขภัณฑ์ ทั้งนี้ ต้นทุนก๊าซในไทยได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะส่งผลบวกต่ออัตรากำไรในระยะถัดไป โดย LHS คาดการณ์กำไรปกติปี 2569 จะเติบโตได้ +8% YoY ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ LHS มองว่าผลขาดทุนในไตรมาส 2/2569 เป็นเพียงรายการพิเศษที่เกิดขึ้นชั่วคราวเท่านั้น และไม่ได้สะท้อนถึงความอ่อนแอของธุรกิจหลัก โดยจุดเด่นที่น่าสนใจคือความสามารถในการบริหารต้นทุนและการปรับราคาขายเพื่อรักษามาร์จิ้น นอกจากนี้สถานะทางการเงินยังมีความแข็งแกร่ง ราคาหุ้นปัจจุบันถือว่าน่าสนใจเนื่องจากซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (P/B 0.4X) และมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่โดดเด่นถึง 7% ต่อปี สรุปคำแนะนำการลงทุน โบรกเกอร์ LHS คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 5.36 บาท ด้วยวิธีประเมินมูลค่าอิง P/E ปี 2569 ที่ระดับ 8 เท่า โดยมองว่าความสามารถในการทำกำไรปกติที่แข็งแกร่งจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นในอนาคต พร้อมคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลที่ 0.35 บาทต่อหุ้น สำหรับปีนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่อาจกระทบกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์และความผันผวนของราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด