Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa EGCO บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน)

EGCO เผชิญความท้าทายด้านการเติบโต แต่ยังเป็นหลุมหลบภัยด้วยเงินปันผลที่มั่นคง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) หรือ MST ออกบทวิเคราะห์หุ้น EGCO โดยคงคำแนะนำ "ถือ" พร้อมกำหนดราคาเป้าหมายที่ 100 บาทต่อหุ้น (คำนวณด้วยวิธี DCF) แม้บริษัทจะเผชิญกับข้อจำกัดในการขยายกำลังการผลิตใหม่ แต่ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย (Defensive Asset) สำหรับนักลงทุนที่เน้นรับเงินปันผลสม่ำเสมอ วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและประมาณการกำไร นักวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการกำไรหลักในปี 2569–2570 ลง 17% และ 9% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนถึง การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดไฟฟ้าเกาหลีใต้ และการขายเงินลงทุนในโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ในประเทศออกไป นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า Quezon Power Philippines (QPL) ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลัก กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ตลาดเสรี (Contestable Market) โดยคาดว่ากำไรจากส่วนนี้จะลดลงเหลือ 1.0 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569–2571 เนื่องจากประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าที่ลดลงตามอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า 25 ปี ข้อสังเกตด้านการลงทุนและโอกาสในอนาคต ในด้านโอกาสการเติบโต EGCO ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการขยายตัวสู่พลังงานหมุนเวียน (RE) ในฟิลิปปินส์ เนื่องจากความล่าช้าของโครงสร้างพื้นฐานและสายส่งไฟฟ้า รวมถึงบริษัทยังไม่ได้เข้าร่วมการประมูลพลังงานสะอาด (GEA) ของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม จุดเด่นสำคัญที่ช่วยพยุงราคาหุ้นคือการจ่ายเงินปันผลที่มั่นคง ในอัตรา 6.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 5.5% ทำให้อัตราการจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นเป็น 64% ในปี 2569 สรุปภาพรวมการลงทุน แม้การเติบโตในระยะสั้นจะมีจำกัดเนื่องจากขาดโครงการขนาดใหญ่ใหม่ๆ เข้ามาเสริม แต่ EGCO ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความปลอดภัยในพอร์ตการลงทุน ด้วยสถานะทางการเงินที่ยังสามารถรักษาการจ่ายเงินปันผลได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้หุ้นตัวนี้ยังคงเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงที่ดีในภาวะตลาดที่มีความผันผวน