Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MRDIYT บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

เจาะลึกหุ้น MRDIYT ผู้นำค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์โตแกร่ง พร้อมเป้าหมายขยายสาขาเชิงรุก

ไฮไลท์สำคัญ: การเติบโตท่ามกลางความท้าทาย บริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT โชว์ฟอร์มแกร่งในไตรมาส 1/2569 ด้วยการทำรายได้ 5,424 ล้านบาท เติบโต 11% YoY พร้อมดันกำไรสุทธิพุ่งแตะ 678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการขยายสาขาเชิงรุกและการบริหารจัดการสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิขยายตัวมาอยู่ที่ 12.4% "การเติบโตของ MRDIYT ในไตรมาสนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของโมเดลธุรกิจที่เน้นความคุ้มค่า (Value for Money) ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย" เจาะลึกผลการดำเนินงานและตัวเลขสำคัญ ในไตรมาสนี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายสาขาใหม่สุทธิ 65 สาขา ส่งผลให้จำนวนธุรกรรมเพิ่มขึ้น 12% YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ 52% (เพิ่มขึ้น 3 pp จาก 49.0%) โดยมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยเงินสดสุทธิ 1,115 ล้านบาท และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่เติบโตถึง 30% YoY อยู่ที่ 1,908 ล้านบาท สำหรับค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อใบเสร็จ (Basket Size) อยู่ที่ 161.8 บาทต่อรายการ ซึ่งถือว่าทรงตัวสะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคที่เน้นความคุ้มค่าเป็นหลัก ข้อสังเกตและกลยุทธ์การบริหารจัดการ แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่บริษัทมีประเด็นที่ต้องจับตาคือ EBITDA Margin ที่ปรับลดลงเล็กน้อย 0.1 pp มาอยู่ที่ 30.9% จากภาระการลงทุนขยายสาขาและคลังสินค้า ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมแผนรับมือสาขาใหม่ที่อยู่ในช่วง Ramp-up ด้วยการเจรจาขอ “renter relief” และปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายเพื่อให้มั่นใจว่าสาขาใหม่จะสามารถทำ Payback Period ได้ภายใน 32 เดือน นอกจากนี้ยังมีการลงทุนรวมในปี 2569 ไว้ที่ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายสาขา 1,900 ล้านบาท และการลงทุนคลังสินค้าอัตโนมัติ 2,100 ล้านบาท สรุปทิศทางและอนาคต MRDIYT มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายการเปิดสาขาใหม่รวม 210 สาขาในปีนี้ โดยในครึ่งปีหลังจะเน้นแคมเปญ “Back to School” และกิจกรรมฉลองครบรอบ 10 ปี เพื่อกระตุ้นยอดขายและทราฟฟิกให้เติบโตในระดับสองหลักอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนควรติดตามคือความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง และประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนในสาขาใหม่ๆ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: แคมเปญ Price Lock กระทบกำไรหรือไม่? A: มีผลกระทบระยะสั้นต่อ Margin แต่อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เนื่องจากบริษัทมีสต็อกสินค้าเพียงพอ (180–200 วัน) และมี Cross-margin ที่สูง Q: สาขาที่ทำผลงานไม่เป็นไปตามเป้าจะแก้ไขอย่างไร? A: ใช้เกณฑ์ประเมิน Payback Period 32 เดือน หากไม่เป็นไปตามเป้าจะปรับลด Manpower และเจรจาค่าเช่า (Renter relief) Q: อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นมาจากไหน? A: มาจากการบริหารสินค้าที่มีประสิทธิภาพและการขยายเครือข่ายสาขาที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เกิด Economy of Scale