2026-06-22T16:27:36+00:00 iaa SCGP บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) SCGP ส่งสัญญาณบวกเข้าสู่รอบการเติบโตใหม่ โบรกฯ KGI อัปเป้าหมายราคาเป็น 32 บาท ไฮไลท์สำคัญ: การปรับโครงสร้างสู่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์ผู้บริโภค SCGP โชว์ศักยภาพการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ในไตรมาส 1/2569 โดยมุ่งเน้นการขยายสัดส่วนธุรกิจ Consumer Packaging เพิ่มขึ้นเป็น 49% จากเดิม 47% พร้อมสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญในตลาดอินโดนีเซียที่กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและการปรับโครงสร้างการผลิตให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น "การปรับพอร์ตโฟลิโอสู่ Consumer Packaging และการยกระดับประสิทธิภาพการผลิตในอินโดนีเซีย คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ EBITDA Margin ของเราพุ่งแตะระดับ 16% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมในภูมิภาค" เนื้อหาผลประกอบการ: กำไรแกร่งสวนทางรายได้ ในไตรมาสนี้ SCGP มีรายได้รวม 2,925 ล้านบาท ลดลง 6% ทั้งแบบ YoY และ QoQ เนื่องจากผลกระทบจากช่วงวันหยุดเทศกาลในเวียดนามและอินโดนีเซีย รวมถึงการลดสัดส่วนการส่งออกไปจีนเหลือเพียง 2% (จากเดิม 8%) เพื่อลดความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถทำกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ได้ถึง 4,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% โดยมีอัตรากำไร (EBITDA Margin) อยู่ที่ 16% เพิ่มขึ้นจาก 14.5% ในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความสำเร็จในการควบคุมต้นทุนผ่านการปรับโครงสร้างพลังงานที่ประหยัดได้ถึง 110 ล้านบาท และการจัดหาวัตถุดิบแบบ Direct Mode ข้อสังเกต: กลยุทธ์เชิงรุกในตลาดอาเซียน ประเด็นที่น่าจับตามองคือการฟื้นตัวของตลาดอินโดนีเซียที่ปริมาณการขาย (Volume) เพิ่มขึ้น 1% YoY และราคาขายปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 10% QoQ เข้าใกล้ระดับราคาภูมิภาค นอกจากนี้ SCGP ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ MNP (Mergers, Acquisitions and Partnerships) โดยตั้งเป้าทำดีล 1–2 รายต่อปี เพื่อขยายฐานธุรกิจบรรจุภัณฑ์ผู้บริโภคให้ได้ตามเป้าหมาย 50% ภายในปี 2570 โดยบริษัทมีความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบผ่านการบริหาร Supply Chain ที่ยืดหยุ่น สรุปภาพรวมและอนาคต SCGP วางเป้าหมายระยะสั้นในการรักษา EBITDA Margin ให้สูงกว่า 15% ตลอดปี 2569 โดยคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 จะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากดีมานด์ที่ฟื้นตัวหลังสิ้นสุดเทศกาล บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตในตลาดภายในประเทศ (Domestic Consumption) ของไทย เวียดนาม และอินโดนีเซียเป็นหลัก ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนผ่านสู่การบริโภคภายในภูมิภาคมากขึ้น เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: แนวโน้มราคากระดาษบรรจุภัณฑ์ในอินโดนีเซียจะเป็นอย่างไร? A: คาดว่าจะมีแรงผลักดันต่อเนื่องจากดีมานด์ที่ฟื้นตัว โดยราคาในไตรมาส 1 ปรับขึ้นแล้ว 10% จากจุดต่ำสุดในเดือนตุลาคม 2568 Q: แผนการลงทุนในอินโดนีเซียเป็นอย่างไร? A: มีแผนเพิ่มระดับ Integration จาก 18% เป็น 20%+ โดยพิจารณาขยายโรงงานหรือซื้อกิจการโรงกล่องที่มีคุณภาพ Q: วิกฤตพลังงานส่งผลกระทบต่อยอดขายหรือไม่? A: แม้จะมีผลกระทบในเดือนมีนาคม แต่ยังไม่กระทบยอดขายอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการบริหารจัดการ Supply Chain แบบกระจายความเสี่ยง Q: กังวลเรื่องตลาดจีนหรือไม่? A: ไม่มีความกังวล เนื่องจากลดสัดส่วนส่งออกไปจีนเหลือเพียง 2% และเน้นตลาดภายในประเทศมากขึ้น