Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaajump ORI บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

JUMP+ ORI โอกาสเติบโตจาก บล.กรุงศรี

ไฮไลท์สำคัญ: พลิกฟื้นกำไรและมุ่งเน้นกระแสเงินสด บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เผยผลงานไตรมาส 1/2569 ด้วยการเติบโตของกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 100 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,690 ล้านบาท (ไม่รวมโครงการร่วมทุน) ชูจุดเด่นการบริหารจัดการโครงการคอนโดมิเนียมที่พัฒนาเอง ซึ่งทำอัตรากำไรขั้นต้น (GP) ได้สูงถึง 35–40% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ลดภาระหนี้สินผ่านการใช้เงินสดภายใน (Extra Cash) จากการ Exit โครงการโรงแรมและโครงการร่วมทุน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายลดอัตราหนี้สินต่อรายได้ (Debt-to-EBITDA) ลงสู่ระดับ 1.2x ใน 3 ปีข้างหน้า "บริษัทมุ่งเน้นการรักษาระดับ Backlog ไว้ที่ 3,400 ล้านบาท เพื่อรับรู้รายได้ต่อเนื่อง พร้อมปรับกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าต่างชาติเพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศ" เจาะลึกผลการดำเนินงานและกลยุทธ์ธุรกิจ ในไตรมาสนี้ ORI มียอดพรีเซลล์อยู่ที่ประมาณ 450 ล้านบาท โดยมีโครงการเรือธงอย่าง ออริจิน บังแคร์ และ ออริจิน เพชรขอนแก่น เป็นตัวขับเคลื่อนกำไรหลัก แม้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ได้ที่ระดับ 15% โดยมีการปรับโครงสร้างการชำระเงินดาวน์เพื่อคัดกรองคุณภาพลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทยังคงมี Backlog แข็งแกร่งที่ 3,400 ล้านบาท และมียอดโอนจากโครงการร่วมทุนสูงถึง 1,800 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้รายได้จากโครงการที่ลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องจับตามอง ประเด็นที่น่าสนใจคือการบริหารจัดการสถานะทางการเงิน โดยบริษัทได้มีการแก้ไขรายการผิดเงื่อนไขอัตราส่วนทางการเงินกับธนาคารจำนวน 6 รายการ และเงินกู้ยืมโครงการร่วมทุน 3 แห่ง ซึ่งได้รับความเห็นชอบ (Waiver) ครบถ้วนแล้ว นอกจากนี้ บริษัทยังคงชะลอการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 2 เพื่อประเมินสถานการณ์ตลาด โดยจะเน้นเปิดโครงการใหม่ 3 แห่งในช่วงครึ่งปีหลังแทน ขณะที่กลุ่มลูกค้า Ready-to-Move ยังคงเป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีอัตรา Reject Rate สูงถึง 35–40% จากปัญหาการขาดเงินดาวน์ สรุปทิศทางในอนาคต ORI วางแผนระยะสั้นในช่วงไตรมาส 2–4 ของปี 2569 ด้วยการเร่งโอนโครงการที่พัฒนาเองและใช้กระแสเงินสดจากการ Exit โรงแรมมาลดภาระหุ้นกู้ที่มีดอกเบี้ยสูง โดยเป้าหมายระยะยาวคือการปรับโครงสร้างธุรกิจให้มีความหลากหลายมากขึ้นผ่านโครงการเช่าและบริการที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายฐานลูกค้าต่างชาติจากรัสเซีย จีน และโปแลนด์ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างความยั่งยืนให้กับรายได้ของบริษัท เจาะประเด็นร้อน (Q&A) สถานะทางการเงิน: บริษัทได้รับ Waiver จากธนาคารครบถ้วนในทุกรายการที่ผิดเงื่อนไขอัตราส่วนทางการเงิน อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นจากโครงการที่พัฒนาเอง (ออริจิน บังแคร์ และ ออริจิน เพชรขอนแก่น) ที่มี GP สูงถึง 35–40% แผนการเงิน: ตั้งเป้าลด IPD จาก 1.4x ในปัจจุบัน ลงสู่ 1.2x ใน 3 ปีข้างหน้า โดยใช้เงินสดจากการ Exit โครงการโรงแรมและโครงการร่วมทุน การเปิดโครงการใหม่: ไตรมาส 2 ไม่มีการเปิดโครงการใหม่ แต่เตรียมเปิด 3 โครงการในครึ่งปีหลัง เช่น โซออริจินสิริราช และ โซออริจินเพรสเพกะเสม ความเสี่ยง: อัตรา Reject Rate เฉลี่ยอยู่ที่ 15% โดยกลุ่ม Ready-to-Move สูงถึง 35–40% เนื่องจากลูกค้าขาดเงินดาวน์