2026-01-19T13:04:14+00:00 iaajump INSET บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) JUMP+ INSET โอกาสเติบโตจาก บล.กรุงศรี ไฮไลท์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET ประกาศความสำเร็จในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยมี รายได้เติบโต 120% (YoY) และ กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 297% (YoY) ตอกย้ำความสำเร็จในการปรับโครงสร้างธุรกิจมุ่งสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม โดยเฉพาะการรุกตลาดไฮเปอร์สเกลเดย์เซ็นเตอร์ (Hyperscale Data Center) อย่างเต็มตัว "ปี 2569 คือจุดเปลี่ยนสำคัญของ INSET ที่เราก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีด้วยคุณภาพงานระดับโลก และการใช้เทคโนโลยี Prefabrication ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากกว่า 35%" เจาะลึกทิศทางธุรกิจและตัวเลขสำคัญ ความสำเร็จในไตรมาสนี้มาจากงานโครงการไฮเปอร์สเกลเดย์เซ็นเตอร์ที่รับมาตั้งแต่ปลายปี 2568 ส่งผลให้ อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 6.35% ปรับตัวดีขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ด้านโครงสร้างทางการเงิน DE Ratio อยู่ที่ 1.75x เพิ่มขึ้นจาก 1.43x ณ สิ้นปี 2568 เนื่องจากการขอวงเงินสินเชื่อระยะสั้นเพื่อสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ ทั้งนี้ บริษัทได้ขยายทีมงานจาก 140 คนในปี 2568 เป็นกว่า 300 คนในปีนี้ และวางแผนเพิ่มเป็น 400–500 คนภายในปี 2570 เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมที่ได้รับแรงหนุนจากแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลของ BOI ที่สูงถึง 57,000 เมกะวัตต์ ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องจับตามอง แม้ผลประกอบการจะเติบโตโดดเด่น แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือการบริหารจัดการวงจรเงินสด (Cash Cycle) เนื่องจากเครดิตเทอมงานสัญญาขยายตัวจาก 30 วัน เป็น 60 วัน ประกอบกับความท้าทายด้านการแข่งขันจากผู้เล่นระดับโลกที่เข้ามาลงทุนในไทย อย่างไรก็ตาม INSET มีความได้เปรียบด้าน Tech Record และความเชื่อมั่นจากพันธมิตรระดับโลกอย่าง Engie และ ATP รวมถึงการนำเทคโนโลยี Prefabrication มาใช้ลดระยะเวลาดำเนินงานจาก 30 วัน เหลือเพียง 20 วัน ซึ่งช่วยชดเชยต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้น 5–6% ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สรุปภาพรวมและเป้าหมายในอนาคต INSET วางเป้าหมายระยะยาวในการเปลี่ยนผ่านจากผู้ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสู่ Full-Service Provider โดยมุ่งเน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำ (Recurring Income) จากงานซ่อมบำรุงและบริการจัดการ (Manage Service) ให้เติบโตจาก 8% ในปีนี้ ไปสู่เป้าหมาย 10–15% ในอนาคต โดยบริษัทมั่นใจว่าการเติบโตในปีนี้จะมีความมั่นคงจากการรับรู้รายได้ตามความสำเร็จของงาน (Percentage of Completion) ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกเดือน เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: การบริหารจัดการต้นทุนโครงการทำอย่างไร? A: ใช้ระบบ Prefabrication และการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึงมีอำนาจต่อรอง (Bargaining Power) กับซัพพลายเออร์สูงขึ้น Q: แผนรองรับโครงการไฮเปอร์สเกล? A: ขยายทีมวิศวกรจาก 6 เป็น 8 เซกเมนต์ และใช้ระบบ Rotate คนเพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคลากร Q: การซื้อหุ้นคืนสะท้อนอะไร? A: เป็นสัญญาณความเชื่อมั่นว่าบริษัทอยู่ในช่วงขาขึ้นและเติบโตได้อย่างมั่นคง Q: ผลกระทบจากสงครามและห่วงโซ่อุปทาน? A: บริษัทสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าก่อนเกิดสถานการณ์ ทำให้มาร์จินไม่ได้รับผลกระทบมากนัก