2026-03-23T13:03:12+00:00 iaajump KLINIQ บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) JUMP+ หุ้นโอกาสเติบโต IAA Jump Plus ไฮไลท์ผลการดำเนินงาน: รายได้พุ่งทะยาน 33.5% บริษัท เดอะคลีนิกค์คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ โชว์ฟอร์มโดดเด่นในไตรมาส 1/2569 ด้วยการเติบโตของรายได้รวมแตะ 1,826.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.5% YoY จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 803.8 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกลยุทธ์ Multi-brand, Multi-segment ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า ตั้งแต่ระดับ High-end ไปจนถึงกลุ่มวัยรุ่น พร้อมการขยายสาขาที่เข้มข้นและการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ที่สูงถึง 19.5% YoY "การเปลี่ยนผ่านจาก Single-brand สู่ Ecosystem of Multi-brand คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ KLINIQ สามารถสร้างกำไรสุทธิเติบโตสูงถึง 42.9% YoY ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนที่เหนือกว่าการเติบโตของรายได้" เจาะลึกตัวเลข: กำไรขั้นต้นและประสิทธิภาพการทำกำไร ในด้านความสามารถในการทำกำไร KLINIQ ทำผลงานได้น่าประทับใจ โดยมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 561.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.6% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ปรับตัวดีขึ้นเป็น 51.1% จากเดิม 50.8% ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ขยับขึ้นจาก 10.4% เป็น 11.2% นอกจากนี้ บริษัทยังบริหารจัดการค่าใช้จ่าย SG&A ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสัดส่วนต่อรายได้ลดลงเหลือ 24.7% จากเดิม 29.6% แม้จะมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปิดสาขาที่ทำผลงานได้ไม่ตามเป้าหมายรวม 3.2 ล้านบาทก็ตาม ข้อสังเกตและปัจจัยขับเคลื่อนธุรกิจ จุดที่น่าจับตามองคือการเติบโตของกลุ่มศูนย์ศัลยกรรม (TKQH) ที่พุ่งสูงถึง 38% YoY สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดศัลยกรรมความงาม แม้จะมีปัจจัยภายนอกอย่างราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้นจากภาวะสงคราม แต่สัดส่วนลูกค้าต่างชาติยังคงรักษาไว้ที่ระดับ 10–15% โดยบริษัทตั้งเป้าขยายสัดส่วนนี้เป็น 15–20% ในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทยังมีกระแสเงินสดจาก IPO เหลืออีกประมาณ 500 ล้านบาท สำหรับใช้ลงทุนในสาขาใหม่และพัฒนาเครื่องมือแพทย์เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขัน สรุปทิศทางและเป้าหมายในอนาคต KLINIQ วางเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมไว้ที่ 20% YoY พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้คงระดับ 52%+ โดยในระยะสั้นมีแผนเปิดสาขาใหม่รวม 13 แห่งในไตรมาสแรก และเตรียมเปิดศูนย์ศัลยกรรมแห่งใหม่ภายในไตรมาส 2/2569 นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสมหาศาลในตลาดความงามไทยที่คาดว่าจะเติบโตจาก 7,000 ล้านบาท ไปสู่ 130,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 ซึ่งถือเป็นโอกาสทองที่บริษัทพร้อมคว้าด้วย Ecosystem ที่ครบวงจร เจาะประเด็นร้อน (Q&A) สถานะศูนย์ศัลยกรรม: อัตราการใช้บริการ (Utilization Rate) อยู่ที่ 50% และไม่มีแผนปรับราคาหัตถการเนื่องจากมีการล็อกต้นทุนสินค้าคงคลังไว้แล้วจนถึงสิ้นปี การปิดสาขา: เกิดจากสาขาเหล่านั้นเป็นกลุ่มที่ทำคะแนนได้น้อยที่สุด (Underperform) และเผชิญการแข่งขันสูง แผนการลงทุน: เตรียมใช้เงินสดที่เหลือ 500 ล้านบาท ลงทุนในสาขาใหม่และเตรียมแผนเปิดโรงพยาบาลร่วมกับแลนด์เรด