2026-04-10T13:02:03+00:00 iaajump TISCO บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) JUMP+ หุ้นโอกาสเติบโต IAA Jump Plus ไฮไลท์ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ด้วยตัวเลขที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 5,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% (YoY) สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจหลักอย่างเช่าซื้อรถยนต์และธุรกิจประกันภัย (Bank Insurance) ท่ามกลางการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อที่เน้นกลุ่มลูกค้าคุณภาพสูงเพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ "ผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาดีเกินคาด แต่แนวโน้มปีนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและกำลังซื้อของลูกค้า" เจาะลึกตัวเลขและกลยุทธ์การเติบโต ในด้านรายได้ ธนาคารทำผลงานได้ดีจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.4% (YoY) จากต้นทุนเงินฝากที่ลดลงและสัดส่วนสินเชื่อ Fixed Rate ที่สูงถึง 70% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตแข็งแกร่งถึง 17.2% (YoY) โดยเฉพาะธุรกิจ Bank Insurance ที่โต 18.6% และธุรกิจตลาดทุน (Capital Market) ที่โต 29% นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานได้ดีขึ้น 1.7% (YoY) ส่งผลให้ค่า ROAE ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 15.7% และสามารถกดอัตราหนี้เสีย (NPL Ratio) ให้ลดลงเหลือ 2.11% หรือลดลง 8% (YoY) ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา แม้ผลการดำเนินงานจะออกมาเป็นบวก แต่บริษัทได้เพิ่มความระมัดระวังด้วยการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 2 เท่า (YoY) เป็น 775 ล้านบาท (คิดเป็น ECL 1.3% ของสินเชื่อรวม) เพื่อรองรับความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางที่อาจกดดันราคาน้ำมันและกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ากลุ่มรถยนต์น้ำมัน นอกจากนี้ สินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีสัดส่วนในพอร์ตใหม่ 40-50% ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามเนื่องจากความเสี่ยงด้านราคาหลักประกันที่เสื่อมค่าเร็ว สรุปทิศทางและเป้าหมายในอนาคต สำหรับเป้าหมายสินเชื่อปี 2569 บริษัทยังคงกรอบไว้ที่ 0-5% แต่อาจเน้นไปที่การปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มรัฐและกลุ่มยุทธศาสตร์มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้บริหารคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 จะเติบโตได้ดีกว่าไตรมาสแรกจากยอดขายรถยนต์ใหม่ที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกิน 150 USD/barrel และยืดเยื้อเกินหนึ่งไตรมาส อาจส่งผลกระทบต่อ NPL ได้จริง ซึ่งบริษัทได้เตรียมมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และเฝ้าระวังความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาเสถียรภาพของกำไรและ ROE ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เจาะประเด็นร้อน (Q&A) Q: แนวโน้ม NPL จากสงครามตะวันออกกลาง? A: หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกิน 1 ไตรมาสและราคาน้ำมันพุ่งสูงเกิน 150 USD/barrel อาจเห็น NPL เพิ่มขึ้น แต่หากจำกัดเวลาได้จะเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราว Q: ธุรกิจสมหวังเป็นอย่างไร? A: เติบโตช้าลงเนื่องจากหนี้ครัวเรือนสูง ปัจจุบันมุ่งเน้นสินเชื่อความเสี่ยงต่ำ เช่น Home Equity และโฉนดแลกเงิน Q: ความเสี่ยงรถ EV? A: มีความเสี่ยงจากราคาหลักประกันที่เสื่อมค่าเร็ว แต่บริษัทมีโมเดลประเมินความเสี่ยงรองรับไว้อย่างรอบด้าน Q: เป้าหมายสินเชื่อปี 2569? A: อยู่ที่ 0-5% โดยมีแนวโน้มเน้นกลุ่มสินเชื่อยุทธศาสตร์และภาครัฐมากขึ้น