2026-04-22T13:01:23+00:00 iaajump MOSHI บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) JUMP+ MOSHI โอกาสเติบโตจาก บล.กรุงศรี สรุปภาพรวมกลยุทธ์: ปรับฐานสู่ภูมิภาค สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน บริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MOSHI เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การขยายสาขาแบบ Standalone ในพื้นที่ชุมชนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดท่องเที่ยว โดยปัจจุบันบริษัทมีการกระจายตัวของสาขาอยู่ที่กรุงเทพฯ 35% และภูมิภาคต่างจังหวัด 65% ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการสร้างโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่งและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก "การย้ายฐานการเติบโตจากกรุงเทพฯ สู่พื้นที่ต่างจังหวัด คือหัวใจสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดท่องเที่ยว" ผลการดำเนินงาน: กำไรพุ่ง 12.4% ตอกย้ำความสำเร็จจาก Core Business ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดย Net Profit เพิ่มขึ้น 12.4% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการเติบโตที่มาจากธุรกิจหลัก (Core Business) 100% โดยไม่มีรายการพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้าน Gross Profit Margin ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% มาอยู่ที่ 56.3% ปัจจัยบวกสำคัญมาจากอัตราส่วนการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น 2-3% และอานิสงส์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงต้นปี นอกจากนี้ Same Store Sales (QoQ) ยังเติบโตได้ +3.8% และสัดส่วนรายได้จากธุรกิจค้าปลีกขยับขึ้นมาอยู่ที่ 87% สะท้อนถึงความสำเร็จในการรุกตลาดค้าปลีกอย่างเต็มตัว ข้อสังเกต: การบริหารต้นทุนท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน แม้ผลประกอบการจะเติบโตได้ดี แต่บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจมหภาคที่ชะลอตัวและผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางที่ทำให้รายได้จากสาขาในพื้นที่ท่องเที่ยวลดลง อย่างไรก็ตาม MOSHI ได้แก้เกมด้วยการปรับโครงสร้างต้นทุนค่าขนส่งผ่านการรีนิวสัญญา Logistics และเตรียม Stock สินค้าไว้รองรับความต้องการล่วงหน้า สำหรับประเด็นค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากการปรับฐานเงินเดือนและสวัสดิการพนักงานเพื่อรักษาบุคลากร (ลด Turnover) ซึ่งถือเป็นการลงทุนเพื่อประสิทธิภาพในระยะยาว สรุปทิศทาง: มั่นใจเป้าหมายรายได้โต 15-20% สำหรับแผนงานในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่รวม 35 สาขา โดยในไตรมาส 2 เตรียมเปิดเพิ่มอีก 11 สาขา พร้อมเดินหน้ากิจกรรมทางการตลาด เช่น การเปิดตัว "Friends of Mochi" ในเดือนพฤษภาคม เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วง Back to School ทั้งนี้ ผู้บริหารยังคงมั่นใจว่ารายได้ในไตรมาส 2 จะเติบโตตามเป้าหมายที่ +15%–20% โดยสิ่งที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและสถานการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาค เจาะประเด็นร้อน (Q&A) สถานการณ์ Same Store Sales: ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% แต่เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ผลกระทบจากสงคราม: มีการเตรียม Stock สินค้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลางพร้อมขายตลอดไตรมาส 2 และจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งในไตรมาส 3 ธุรกิจค้าส่ง (Wholesale): ยังคงมีความท้าทายจากพฤติกรรมผู้ซื้อที่เปลี่ยนไป โดยบริษัทจะปรับสินค้าในกลุ่ม BLK และ Platinum ให้ตรงใจกลุ่มลูกค้ามากขึ้น การบริหารต้นทุนน้ำมัน: ผลกระทบจำกัดเนื่องจากมีการทำสัญญาออฟเซ็ตราคาน้ำมันไว้แล้ว