2026-05-20T12:51:00+00:00 iaajump BAFS บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) JUMP+ BAFS โอกาสเติบโตจากโครงการท่อขนส่งน้ำมันสายเหนือ โดย บล.โกลเบล็ก ไฮไลท์สำคัญ: การฟื้นตัวที่แข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทาย บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ด้วยการเติบโตที่มั่นคง โดยมีรายได้รวมเติบโต 2% แม้จะเผชิญกับปัจจัยลบจากสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันอากาศยานในภูมิภาคนั้นลดลงถึง 15% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการบินยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่หนุนกำไร โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 47% และ EBITDA Margin อยู่ที่ 56% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยม "BAFS เดินหน้าปรับโครงสร้างรายได้เพื่อลดความเสี่ยงจากธุรกิจท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการขยายตัวในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและการขนส่งน้ำมันทางท่อ เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว" เนื้อหาการดำเนินงาน: เจาะลึกรายธุรกิจและตัวเลขสำคัญ ในไตรมาสนี้ ธุรกิจการบินถือเป็นดาวเด่น โดยเฉพาะเส้นทางภายในประเทศที่เติบโตสูงถึง 11% ซึ่งสูงกว่าระดับก่อนโควิด-19 และการเติบโตในภูมิภาคยุโรปที่แข็งแกร่ง 7–11% ในขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Power) แสดงศักยภาพโดดเด่นด้วย EBITDA Margin ที่เพิ่มขึ้น 4 pp. มาอยู่ที่ 65% จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และขยะชุมชนที่เริ่ม COD แล้ว สำหรับธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อ แม้รายได้จะลดลง 17% จากราคาน้ำมันภาคพื้นสูงขึ้น แต่บริษัทยังคงรักษา Market Share ไว้ได้ที่ 40% ทั้งนี้ บริษัทมีแผนลดอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) จาก 1.9x ลงสู่ระดับ 1.5–2.0x ภายใน 5 ปีข้างหน้า โดยใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่คาดว่าจะสูงถึง 1,600 ล้านบาทต่อปี ข้อสังเกต: ปัจจัยบวกและอุปสรรคที่ต้องจับตา บริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายจากราคาน้ำมันเจ็ตที่สูงขึ้นและผลกระทบจากสถานการณ์โลก แต่มีกลยุทธ์รับมือที่ชัดเจนผ่านการกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน EBITDA ให้ถึง 40–50% ของรายได้รวมในอนาคต นอกจากนี้ โครงการเชื่อมท่อน้ำมันสระบุรี-อ่างทอง ซึ่งเป็นโครงการสำคัญ จะเริ่ม Commissioning ในไตรมาส 4/2569 และคาดว่าจะ COD ในปี 2570 ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ใหม่ที่สำคัญ สรุปภาพรวม: ก้าวต่อไปของ BAFS โดยรวม BAFS ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีเป้าหมายระยะสั้นคือการรักษา Gross Margin ให้เหนือระดับ 45% และเร่งลดภาระหนี้สิน สิ่งที่นักลงทุนต้องจับตาคือความคืบหน้าของโครงการลงทุนในมองโกเลีย (มูลค่า 800 ล้านบาท) และการต่อสัญญาสัมปทานสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางธุรกิจในระยะกลางและยาว เจาะประเด็นร้อน (Q&A) โครงการมองโกเลีย: อยู่ระหว่างเจรจากับ Exim Bank และ ADB/IFC โดยมีแผนลงทุนรวม 800 ล้านบาทในปีนี้ การลดหนี้: ตั้งเป้าลด D/E Ratio เหลือ 1.5–2.0x ใน 5 ปี โดยใช้กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,600 ล้านบาทต่อปี ท่อน้ำมันสระบุรี-อ่างทอง: เริ่ม Commissioning ไตรมาส 4/2569 และ COD ในปี 2570 ผลกระทบสงคราม: เส้นทางตะวันออกกลางลดลง 15% แต่ภูมิภาคอื่นยังเติบโตได้ดี ต้นทุนทางการเงิน: เงินกู้ก้อนใหม่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ ใกล้เคียงกับหนี้เดิม ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวน