Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaajump ASW บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

JUMP+ ASW โอกาสเติบโตจาก บล.หยวนต้า

ไฮไลท์ผลประกอบการ: เติบโตแข็งแกร่งรับไฮซีซั่นภูเก็ต บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดฉากไตรมาส 1 ปี 2569 ได้อย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวมเติบโตขึ้นประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ในขณะที่กำไรสุทธิหลังหักส่วนแบ่งผู้ถือหุ้นรายย่อยก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 20% พลิกกลับมาเป็นกำไรได้อย่างชัดเจน แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการรีจินเนอรี่และโครงการใหม่ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเก็ตที่ได้รับอานิสงส์จากช่วงไฮซีซั่นอย่างเต็มที่ "ASW พลิกโฉมสู่ธุรกิจครบวงจร ทั้งอสังหาฯ บริการ และโรงแรม พร้อมปักหมุดภูเก็ตเป็นฐานการเติบโตหลัก" เจาะลึกตัวเลขและกลยุทธ์การดำเนินงาน ในด้านประสิทธิภาพการทำกำไร ASW สามารถรักษา อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ไว้ได้ที่ 41% ซึ่งสูงกว่าปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการทำราคาขายเฉลี่ย (ASP) ได้ดีในโครงการคอนโดมิเนียมภูเก็ต สำหรับยอดพรีเซล (Presale) ในไตรมาสนี้ทำได้สูงถึง 6,850 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 37% ของเป้าหมายรายปี โดยมีสัดส่วนยอดขายจากภูเก็ตสูงถึง 62% ของยอดพรีเซลทั้งหมด ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ขยายพอร์ตในภูเก็ตไปยังหาดใหม่ๆ อย่างน้อย 7 แห่ง และเตรียมเปิดตัวโรงแรม “Stebit” ในไตรมาส 1 ปีหน้า รวมถึงแผนเปิดโรงแรมอีก 2 แห่งภายใน 3 ปีข้างหน้า ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย แม้ผลประกอบการจะสดใส แต่บริษัทต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรประมาณ 2% อย่างไรก็ตาม ASW มีความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์จากการกระจายโครงการครอบคลุมทุกหาดในภูเก็ต และได้รับอานิสงส์จากนโยบาย Long Stay Visa ของภาครัฐที่ดึงดูดลูกค้าต่างชาติให้มองภูเก็ตเป็น “Second Home” โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าจากโปแลนด์และอิสราเอล ซึ่งช่วยลดความกังวลจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางได้เป็นอย่างดี สรุปแนวโน้มและเป้าหมายปี 2569 ASW มั่นใจในทิศทางธุรกิจโดยตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ไว้ที่ 12,200 ล้านบาท โดยคาดว่าไตรมาส 3 และ 4 จะเป็นช่วงที่ทำรายได้สูงสุดจากการโอนโครงการขนาดใหญ่ อาทิ Serenity, Cape Genesist และ Modis Wall สำหรับนักลงทุนควรจับตามองการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้างในระยะยาว และการแข่งขันในตลาดภูเก็ตที่อาจเข้มข้นขึ้นจากการที่คู่แข่งเริ่มขยายโครงการเข้าสู่พื้นที่ใหม่ๆ เจาะประเด็นร้อน (Q&A) เป้าหมายการโอน: มั่นใจโครงการใหญ่ เช่น Serenity, Cape Genesist และ Modis Wall จะโอนได้ตามเป้าหมายแน่นอน อัตรากำไรขั้นต้น: คาดว่าจะรักษาระดับ GP Margin ไว้ที่ประมาณ 40% ได้ตลอดทั้งปี ผลกระทบสงคราม: ไม่พบว่าลูกค้าต่างชาติลดลง เนื่องจากภูเก็ตยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและเป็นที่ต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มองหาบ้านหลังที่สอง Rejection Rate: ในกลุ่ม Campus Condo อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากลูกค้าเป็นกลุ่มผู้ปกครองที่มีความพร้อมทางการเงินสูง แนวโน้มไตรมาส 2: คาดว่าจะเติบโตมากกว่าไตรมาส 1 จากการรับรู้รายได้โครงการที่เสร็จสมบูรณ์