2026-05-25T12:49:42+00:00 iaajump RT บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) JUMP+ RT โอกาสเติบโตจาก บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ไฮไลท์สำคัญ: รายได้พุ่ง 33% พร้อมรุกธุรกิจใหม่ บริษัท ไร้ท์ทันเน็ลลิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ RT โชว์ฟอร์มแกร่งในไตรมาส 1/2569 ด้วยการทำรายได้รวม 933 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากงานก่อสร้างอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดินภาครัฐ พร้อมสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญด้วยการขยายธุรกิจกลุ่ม “Slow Protection” (งานป้องกันภัยพิบัติ) ที่เติบโตจนมีสัดส่วนรายได้ถึง 18% ของรายได้รวม "การปรับกลยุทธ์จากงานโครงสร้างใหญ่ สู่การตอบโจทย์ความปลอดภัยพื้นฐานในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ RT เติบโตอย่างมั่นคงในไตรมาสนี้" เจาะลึกตัวเลขผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ ในด้านประสิทธิภาพการทำกำไร บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.8% แม้จะเผชิญความท้าทายจากราคาวัสดุและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่สามารถทำอัตรากำไรสุทธิเติบโตขึ้นถึง 111% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับโครงสร้างรายได้หลักยังคงมาจากงานอุโมงค์และโครงสร้างใต้ดิน (55%), โรงไฟฟ้าพลังน้ำ (16%), งานเขื่อนและชลประทาน (8%) และธุรกิจใหม่ Slow Protection (18%) ซึ่งเป็นงานที่สร้างรายได้เร็วภายในระยะเวลาไม่เกิน 8 เดือน ปัจจัยบวกและอุปสรรคที่ต้องจับตา ปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญมาจากแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทั้งโครงการรถไฟฟ้าและระบบชลประทาน รวมถึงความต้องการงานซ่อมแซมป้องกันภัยพิบัติที่เพิ่มขึ้นในหลายจังหวัด อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนจากความผันผวนของราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้างจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลก ซึ่งบริษัทได้นำเทคโนโลยี ERP และ AI เข้ามาบริหารจัดการเพื่อควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด สรุปภาพรวมและเป้าหมายการเติบโต สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2569 บริษัทคาดการณ์รายได้จะเติบโตประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน และตั้งเป้าการเติบโตตลอดทั้งปีที่ 5–10% โดยมีแผนเร่งส่งมอบงานเพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจใหม่ภายใต้ RTG (New S Curve) เช่น พลังงานความร้อนใต้พิภพและการบริหารจัดการน้ำบาดาลสำหรับ Data Center และโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อสร้างฐานรายได้ที่ยั่งยืนในอนาคต เจาะประเด็นร้อน (Q&A) แผนประมูลงานใหม่: เตรียมติดตามโครงการอุโมงค์กระทู้ป่าตอง (มูลค่า 1,400 ล้านบาท เฉพาะงานอุโมงค์ 5–6 พันล้านบาท), งานเขื่อนและชลประทาน (1,000 ล้านบาท) และงานนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน (2,000 ล้านบาท) จุดเด่นธุรกิจ: RT มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการอัดฉีดน้ำปูลงฐานราก (Grouting) ในงานเขื่อน ซึ่งมีผู้เล่นในตลาดน้อยราย ธุรกิจ RTG (New S Curve): เน้น 3 ด้าน คือ พลังงานไฟฟ้าจากความร้อนใต้พิภพ, ระบบทำความเย็น (Cooling Tower) สำหรับ Data Center และการซัพพลายน้ำบาดาลในเขต EEC