Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaajump SMO บริษัท กลุ่มสมอทอง จำกัด (มหาชน)

JUMP+ หุ้นโอกาสเติบโต IAA Jump Plus

ไฮไลท์สำคัญ: เร่งเครื่องกำลังการผลิตสู่เป้าหมายกำไร บริษัท สมอทอง จำกัด (มหาชน) หรือ SMO เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยทิศทางที่สดใสขึ้น โดยบริษัทสามารถขยายกำลังการผลิตน้ำมันปาล์มดิบได้สูงถึง 150 ตันต่อชั่วโมง หลังการขยายโรงงานในคอร์เตอร์ที่สองเสร็จสิ้น ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 56.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ในภาพรวมจะยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ แต่ตัวเลขขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือ 59 ล้านบาท จากเดิมที่เคยขาดทุน 118 ล้านบาท ในปีก่อนหน้า "ไตรมาสสองและสามของปีนี้เป็นช่วงที่มีโอกาสพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิได้มากที่สุด เนื่องจากผลปาล์มสดออกมาสม่ำเสมอและปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง" เนื้อหาการดำเนินงาน: รายได้โตแกร่งพร้อมคุมต้นทุน ในด้านประสิทธิภาพการผลิต อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.94% เพิ่มขึ้นจาก 1.33% ในปีก่อนหน้า แม้ราคาขายเฉลี่ยน้ำมันปาล์มดิบจะทรงตัวอยู่ที่ 34.72 บาท/กิโลกรัม ทั้งนี้ ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากยอดพรีเซลที่เติบโตขึ้นจากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นถึง 30% ประกอบกับนโยบายภาครัฐอย่างมาตรการ B-7 ที่ช่วยกระตุ้นดีมานด์ CPO ในประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทเผชิญกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 43.8% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากปริมาณการส่งออกที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งสูงถึง 118 เหรียญ/บาร์เรล ข้อสังเกต: ความท้าทายและโอกาสในอนาคต แม้ผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้น แต่บริษัทต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงภายนอก ทั้งความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลต่อกำไร และสภาพภูมิอากาศที่อาจกระทบต่อผลผลิตปาล์มสดในอนาคต สำหรับธุรกิจพลังงานชีวภาพยังคงสร้างรายได้คงที่ในสัดส่วน 1% ของรายได้รวม ในขณะที่ภาระดอกเบี้ยจ่ายยังคงควบคุมได้ที่ 15 ล้านบาท เท่ากับปีก่อน แม้จะมีการใช้วงเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 81.6% ก็ตาม ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ สรุปทิศทาง: มุ่งหน้าสู่การพลิกฟื้น SMO วางเป้าหมายระยะสั้นในการพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 โดยอาศัยแรงหนุนจากดีมานด์ CPO ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 30% จากนโยบาย B-7 ส่วนแผนระยะยาวบริษัทมุ่งเน้นการขยายกำลังการผลิตสาขาพระพรมให้เต็มรูปแบบภายในปี 2570 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโครงสร้างต้นทุนและขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ต้องแข่งกับยักษ์ใหญ่อย่างอินโดนีเซียที่มีส่วนแบ่งการผลิตถึง 58% ของโลก เจาะประเด็นร้อน (Q&A) ถาม: นโยบาย B-7 จะส่งผลต่อดีมานด์อย่างไร? ตอบ: คาดว่าดีมานด์จะเพิ่มขึ้นชัดเจนถึง 30% ในไตรมาสสอง เนื่องจากต้องใช้น้ำมัน CPO ชดเชยความขาดแคลนน้ำมันปิโตรเลียม ถาม: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 43.8% น่ากังวลหรือไม่? ตอบ: ไม่น่ากังวล เพราะเป็นไปตามปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ถาม: ผลกระทบจากภัยแล้งในภาคเหนือเป็นอย่างไร? ตอบ: แม้ผลผลิตบางพื้นที่ลดลง แต่บริษัทประเมินว่าผลผลิตในคอร์เตอร์สองและสามจะยังคงออกมาอย่างสม่ำเสมอ