Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BCH บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน)

BCH เผยผลงาน Q1/26 รับแรงหนุนผู้ป่วยต่างชาติและประกันสังคม โบรกฯ แนะซื้อเป้า 14.20 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/26 อยู่ที่ 268 ล้านบาท ลดลง 16.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะทรงตัวอยู่ที่ 2,923 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มผู้ป่วยตะวันออกกลางที่เติบโตโดดเด่นถึง 121.5% และรายได้จากประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 4.2% ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากคนไข้ไทยและกัมพูชาที่ชะลอตัวลงได้บางส่วน เจาะลึกสถานะการเงินและการดำเนินงาน ผลประกอบการได้รับแรงกดดันจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร ค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าเสื่อมราคา รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นจากการส่งเสริมการขายและการซ่อมบำรุงเครื่องมือแพทย์ ส่งผลให้ต้นทุนกิจการโรงพยาบาลปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 73.4% อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังคงตั้งเป้าการเติบโตในปีนี้ไว้ที่ระดับ Mid-single digits โดยคาดหวังการฟื้นตัวต่อเนื่องของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติและลุ้นการปรับเพิ่มอัตราจ่ายประกันสังคมในช่วงปลายปี ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในระยะถัดไป ข้อสังเกตและมุมมองนักวิเคราะห์ โบรกเกอร์ ASL ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 14.20 บาทต่อหุ้น โดยใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ทั้งนี้มองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงได้สะท้อนปัจจัยลบเรื่องรายได้จากกัมพูชาที่หายไป และความกังวลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไปมากแล้ว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังเรื่องค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงอาคารโรงพยาบาลที่จะยังคงกดดันอัตรากำไร EBITDA ไปจนถึงไตรมาส 3/26 รวมถึงปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้ป่วยในประเทศ บทสรุปการลงทุน แม้ผลประกอบการไตรมาส 1/26 จะได้รับผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ BCH ยังคงมีจุดแข็งจากการเติบโตของกลุ่มผู้ป่วยต่างชาติและประกันสังคมที่แข็งแกร่ง สำหรับภาพรวมปี 2569 โบรกเกอร์คาดการณ์รายได้รวมไว้ที่ 12,249 ล้านบาท (+2.2% YoY) และกำไรสุทธิ 1,280 ล้านบาท โดยมองว่าการฟื้นตัวของกลุ่มผู้ป่วยในเดือนพฤษภาคมเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับทิศทางธุรกิจในไตรมาสที่เหลือของปี