2026-06-04T03:50:03+00:00 iaa SISB บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) SISB ลุ้นฟื้นตัวครึ่งปีหลัง รับอานิสงส์เปิดเทอมใหม่และเลื่อนชั้นเรียน ไฮไลท์สำคัญ: ปรับทัพธุรกิจสู่ความยั่งยืน SISB รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โดยภาพรวมรายได้ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2568 เนื่องจากการสิ้นสุดของบริการ Residential Trip ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรต่ำ อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาความแข็งแกร่งของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และ EBITDA Margin ไว้ได้ที่ระดับ 44% พร้อมประกาศกลยุทธ์รุกตลาดระดับกลาง (Mid-Tier) ผ่านแบรนด์ใหม่ “Marina Singapore International School” ที่รังสิต เพื่อขยายฐานลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว "การปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การลดภาระรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพของกำไรในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราการเกิดที่ลดลงในประเทศไทย" เจาะลึกผลการดำเนินงานและตัวชี้วัด ในไตรมาสนี้ SISB เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรสุทธิที่ลดลงเหลือประมาณ 34% (ลดลง 2.6–3%) จากปัจจัยด้านค่าใช้จ่ายครูมัธยมและค่าเสื่อมราคาจากโครงการใหม่ เช่น ประชาอุทิศเฟส 3 สำหรับจำนวนนักเรียนยังคงทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 4,800 คน ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การบริหารต้นทุนครูมัธยมโดยเน้นประสิทธิภาพมากขึ้น และยืนยันว่ากำไรที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสะท้อนถึงธุรกิจหลัก (Core Business) ที่แท้จริงมากกว่าในอดีตที่เคยรวมรายได้จากธุรกิจ Non-core เข้ามา ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย บริษัทกำลังเผชิญกับปัจจัยลบจากภายนอก ทั้งภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้ปกครอง และการแข่งขันที่รุนแรงจากโรงเรียนนานาชาติเปิดใหม่ในกลุ่มราคาประหยัด อย่างไรก็ตาม SISB ยังคงรักษาความเชื่อมั่นด้วยการไม่ปรับขึ้นค่าเล่าเรียนในปีการศึกษา 2569–2570 เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง โดยมีมาตรการช่วยเหลือผ่านโปรแกรมผ่อนชำระและ Bursary Program เพื่อรักษาฐานนักเรียนเดิมไว้ให้ได้มากที่สุด สรุปทิศทางอนาคต เป้าหมายระยะสั้นของ SISB คือการเปิดตัวโรงเรียน Marina Singapore International School ในปีการศึกษา 2570 โดยตั้งเป้านักเรียน 200 คนในปีแรก และคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุน (Break-even) ภายใน 3–4 ปี ส่วนแผนระยะยาวคือการขยายมัธยมปลายใน SV Campus บนพื้นที่ใหม่ 13 ไร่ เพื่อรองรับการเติบโตของนักเรียนในเครือ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจำนวนนักเรียนรวมให้ถึง 4,800 คนภายในปี 2570 พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้คงที่ที่ระดับ 44% ต่อไป เจาะประเด็นร้อน (Q&A) อัตรากำไรขั้นต้นจะกลับไปที่ 54% ได้หรือไม่? : คาดว่าจะคงอยู่ที่ระดับ 44% เนื่องจากปัจจุบันเน้นธุรกิจหลัก (Core Business) ไม่รวมธุรกิจ Non-core ที่มี Margin สูงแต่ไม่ยั่งยืนเหมือนในอดีต ปัญหาหนี้สงสัยจะสูญ? : มีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ TFIS เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดีทำให้ผู้ปกครองบางส่วนยืดระยะเวลาชำระเงิน แต่ไม่มีหนี้เสียในระดับที่น่ากังวล สัดส่วนนักเรียนจีน? : อยู่ที่ประมาณ 10–15% หรือราว 900 คน ซึ่งยังคงมีการเข้าออกตามระดับชั้นเรียนตามปกติ แผนการลงทุน? : เตรียมเปิดโรงเรียน Marina ที่รังสิต (ค่าเทอม 300,000–500,000 บาท/ปี) และขยายมัธยมปลายที่ SV Campus เพื่อรองรับนักเรียนที่เติบโตขึ้น