2026-06-04T03:49:34+00:00 iaa OSP บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) OSP โชว์กำไร Q1/69 แกร่งเกินคาด โบรกฯ แนะถือรอจังหวะ ไฮไลท์สำคัญ: ผลงานทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 อย่างโดดเด่น โดยสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรจากการดำเนินงานได้ในระดับ สูงสุดตลอดกาล (All-time high) ซึ่งเป็นผลมาจากประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการควบคุมต้นทุนที่แม่นยำ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เจาะกลุ่ม Gen Z และ Silver Generation ผ่านผลิตภัณฑ์กลุ่มพรีเมียมและสุขภาพอย่างยั่งยืน "การเติบโตของกำไรในไตรมาสนี้สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักอย่างแท้จริง โดยไม่ได้พึ่งพารายการพิเศษหรือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน" เจาะลึกตัวเลขผลการดำเนินงาน ในไตรมาส 1/2569 รายได้รวมของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศที่ขยายตัว YoY +11% และ QoQ +1% สำหรับกำไรจากการดำเนินงานเติบโตทั้งในระดับ YoY และ QoQ โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการรวมศูนย์โรงงานอยุธยาที่ช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย และการปรับใช้มาตรฐานบัญชี CIS 21 ส่งผลให้กำไรเติบโต YoY +47% และ QoQ +74% เมื่อเทียบตามมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถปรับลดอัตราส่วน SG&A ลงได้สำเร็จผ่านการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นอย่างเข้มงวด ข้อสังเกตและปัจจัยท้าทาย แม้ผลประกอบการจะเติบโตได้ดี แต่บริษัทต้องเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและนโยบายการนำเข้าในเมียนมา ซึ่งเป็นตลาดหลักที่มีสัดส่วนรายได้ต่างประเทศสูงถึง 70% อย่างไรก็ตาม OSP ได้ใช้กลยุทธ์ ล็อกราคาวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุน และเตรียมแผนสำรองด้วยการปรับเปลี่ยนวัสดุบรรจุภัณฑ์จาก PET เป็นกระดาษเพื่อป้องกันวิกฤตอุปทานในอนาคต สรุปทิศทางและเป้าหมาย OSP มุ่งเน้นการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2/2569 จะเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้ากลุ่ม Wellness และ Premium เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน ท่ามกลางคู่แข่งที่เริ่มหันมาจับตลาดสุขภาพมากขึ้น นักลงทุนควรจับตาดูนโยบายภาครัฐในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านและความผันผวนของค่าเงินอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางรายได้ในระยะต่อไป เจาะประเด็นร้อน (Q&A) ประเด็นอัตราแลกเปลี่ยน: แม้อัตราแลกเปลี่ยนในเมียนมาจะปรับตัวจาก 2,000 เป็น 3,650 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ จะส่งผลต่อมูลค่ารายได้ในรูปเงินบาท แต่บริษัทสามารถชดเชยด้วยความแข็งแกร่งของตลาดในประเทศ สัดส่วนรายได้ต่างประเทศ: รายได้จากเมียนมาคิดเป็น 70% ของรายได้ต่างประเทศทั้งหมด ในขณะที่ตลาดในประเทศอื่นๆ คิดเป็นสัดส่วน 15–20% แผนรับมือวิกฤตอุปทาน: บริษัทมีการจัดซื้อสินค้าล่วงหน้าและปรับแผนบรรจุภัณฑ์เพื่อลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนวัตถุดิบในไตรมาส 2