Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa OSP บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

OSP ธุรกิจแกร่งกำไรพุ่ง แต่ราคาหุ้นยังถูกเกินจริง

ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและแนวโน้มการเติบโต บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) ออกบทวิเคราะห์ OSP โดยระบุว่าบริษัทมีการยกระดับความสามารถในการทำกำไรได้อย่างโดดเด่น โดย ROE เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าจาก 10.1% ในปี 2565 เป็น 22.7% ในปี 2568 และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวจาก 30.6% เป็น 40.1% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพผ่านโครงการ Transformation (FF10X) ช่วยประหยัดต้นทุนสะสมได้ถึง 1.16 พันล้านบาทในช่วงปี 2565-2568 แม้รายได้ธุรกิจเครื่องดื่มจะทรงตัว แต่ธุรกิจของใช้ส่วนตัวกลับเติบโตเฉลี่ย 7.5% ต่อปี ส่งผลให้โครงสร้างต้นทุนต่ำลงอย่างถาวรและคุณภาพกำไรดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มุมมองการลงทุนและราคาเป้าหมายจากโบรกเกอร์ BLS คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2569 เป็น 20.0 บาท (จากเดิม 19.0 บาท) ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) โดยมองว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันยังถูกเกินไปเมื่อเทียบกับการปรับตัวดีขึ้นเชิงโครงสร้าง โดยซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง 12.6 เท่า ซึ่งคิดเป็นส่วนลดถึง 60% เมื่อเทียบกับอดีตที่นักลงทุนเคยให้มูลค่าสูงถึง 34 เท่า ทั้งนี้ BLS ได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 5.3%, ปี 2570 ขึ้น 4.8% และปี 2571 ขึ้น 8.3% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งกว่าคาด พร้อมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจถึง 5.6% ข้อสังเกตต่อความเสี่ยงและปัจจัยภายนอก แม้ OSP จะเผชิญกับปัจจัยกดดันภายนอก เช่น ปัญหาการขาดแคลนเรือขนส่ง กฎระเบียบการนำเข้าที่เข้มงวดในเมียนมา และการแข่งขันที่รุนแรงในกัมพูชา แต่ฝ่ายวิจัยมองว่า ความเสี่ยงเหล่านี้ได้ถูกสะท้อนอยู่ในราคาหุ้นไปมากแล้ว นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์พลาสติกคิดเป็นสัดส่วนเพียง 8% ของต้นทุนขาย ซึ่งหากเกิดความผันผวนของราคาต้นทุนบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น 30% จะส่งผลกระทบต่อกำไรเพียงประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งสามารถบริหารจัดการได้ด้วยการประหยัดต้นทุนและการเติบโตของรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัว สรุปภาพรวมการลงทุน OSP ถือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจนจากการปรับโครงสร้างภายในที่ประสบความสำเร็จ โดยในไตรมาส 1/2569 อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวต่อเนื่องถึง 42.5% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการผลิตที่สูงขึ้น นักลงทุนสามารถคาดหวังอัพไซด์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐในไตรมาส 3/2569 ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตของกำไรให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ในขณะที่ราคาหุ้นยังคงซื้อขายในระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงเมื่อเทียบกับศักยภาพการทำกำไรในปัจจุบัน