Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CENTEL บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน)

CENTEL โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาสแรกกำไรพุ่ง โบรกฯ แนะซื้อเป้าหมาย 42.30 บาท

สรุปภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 บริษัท เซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กระทบต่อภาคการท่องเที่ยว โดยบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิพุ่งสูงถึงระดับ All-Time High จากรายการพิเศษการขายสินทรัพย์ JV Central Grant Osaka ซึ่งสร้างกำไรสุทธิเข้ามาถึง 1,870 ล้านบาท แม้จะมีปัจจัยลบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน -110 ล้านบาท แต่เมื่อรวมผลการดำเนินงานหลักแล้ว กำไรสุทธิเติบโตขึ้นถึง +18.6% YoY สะท้อนความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการต้นทุนและการปรับพอร์ตธุรกิจอาหารให้มีประสิทธิภาพ "บริษัทย้ายโฟกัสไปสู่กลยุทธ์ Recovery & Resilience เน้นการปรับตัวด้านต้นทุน ขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคที่ไม่ได้รับผลกระทบ และพัฒนาธุรกิจอาหารเพื่อเสริมสร้างรายได้หลัก" เจาะลึกตัวเลขรายได้และดัชนีชี้วัดสำคัญ ในส่วนของรายได้รวมไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 3,871.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 3,754 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงแรมในไทยและมัลดีฟที่เติบโตได้ดีจากการเปิดโรงแรมใหม่และการปรับปรุงโรงแรมหลัก อาทิ เซ็นทรัลแกรนด์กรนและเซ็นทรัลแกรนด์พัทยา ส่งผลให้ตัวเลขสำคัญปรับตัวดีขึ้น ได้แก่ อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) อยู่ที่ 78% (เพิ่มขึ้น 1 pp), ADR อยู่ที่ 6,439 บาท (+6% YoY) และ RevPAR อยู่ที่ 5,359 บาท (+6% YoY) ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (EBITDA Margin) รักษาไว้ได้ที่ 34% ตามเป้าหมาย ปัจจัยท้าทายและกลยุทธ์การรับมือ บริษัทเผชิญอุปสรรคสำคัญจากเหตุการณ์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้มียอดการยกเลิกจองห้องพักรวมมูลค่า 250 ล้านบาท ในดูไบและมัลดีฟ รวมถึงความผันผวนของราคาพลังงานที่ต้นทุนน้ำมันในมัลดีฟปรับตัวสูงขึ้นจาก 0.7 บาท/ลิตร เป็น 1.9 บาท/ลิตร (ก่อนจะลดลงเหลือ 1.7 บาท/ลิตร) อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แก้เกมด้วยการปิดสาขาธุรกิจอาหารที่ไม่คุ้มทุน และเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่จากเกาหลี "ฮานัมบาร์บิคีว่า" ในไตรมาสที่ 3 เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ใหม่ๆ เข้ามาทดแทน สรุปเป้าหมายและมุมมองอนาคต สำหรับเป้าหมายระยะสั้นปี 2569 บริษัทตั้งเป้า Occupancy Rate ไว้ที่ 70–75% และ RevPAR เติบโต 5–7% YoY ส่วนธุรกิจอาหารคาดว่าจะเติบโต 5–6% YoY ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคตะวันออกกลางในไตรมาสที่ 2 และ 3 รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลต่อกำไรในอนาคต เจาะประเด็นร้อน (Q&A) นโยบายคนละครึ่ง: บริษัทได้รับผลกระทบต่ำ เนื่องจากส่วนแบ่งรายได้ไม่ครอบคลุมธุรกิจโรงแรมขนาดใหญ่ ผลกระทบตะวันออกกลาง: กระทบโดยตรงต่อโรงแรมในดูไบและมัลดีฟจากกลุ่มนักท่องเที่ยวลองฮอล์ การรับมือภัยพิบัติ: เน้นลดต้นทุน รักษาสภาพคล่อง และขยายตลาดใหม่ไปยังรัสเซีย ออสเตรเลีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ธุรกิจอาหาร: เตรียมเปิดตัวแบรนด์ "ฮานัมบาร์บิคีว่า" จากเกาหลีในไตรมาส 3/2569