2026-06-08T03:43:05+00:00 iaa KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) KBANK ถูกปรับลดคำแนะนำเป็นถือ หลังกำไรปี 2569 มีแนวโน้มชะลอตัว ไฮไลท์สำคัญ: ปรับลดคำแนะนำการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi) ได้ปรับลดคำแนะนำการลงทุนในหุ้น KBANK จากเดิม “ซื้อ” เป็น “ถือ” โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานไว้ที่ 212 บาท ซึ่งคำนวณด้วยวิธี GGM (ROE 8.2%, TG 2%) อิงจาก 0.8x PBV’26E แม้คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปี 2569 จะอยู่ในระดับที่น่าสนใจที่ 6% แต่ด้วยระดับเงินกองทุนที่สูงถึง 20.5% ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้โอกาสในการจ่ายเงินปันผลพิเศษเหมือนปีที่ผ่านมามีความไม่แน่นอนสูงขึ้น วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน: กำไรชะลอตัวจากปัจจัยกดดันรอบด้าน สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2569 คาดว่ากำไรสุทธิจะ ทรงตัว YoY เนื่องจากถูกกดดันจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2569 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 14.7 พันล้านบาท (+6% YoY, +43% QoQ) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากรายได้พิเศษจากการขายเงินลงทุนประมาณ 1.45 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่ากำไรใน ไตรมาส 2/2569 จะปรับตัวลดลง QoQ เนื่องจากไตรมาสแรกเป็นจุดสูงสุดของปี และ NIM ยังคงอ่อนตัวลง แม้ว่ารายได้จากธุรกิจตลาดทุนและ Wealth Management จะช่วยสนับสนุนการเติบโตได้บ้าง แต่กำไรสุทธิรวมทั้งปีคาดว่าจะยังไม่โดดเด่นนัก ข้อสังเกต: อัตราดอกเบี้ยและคุณภาพสินทรัพย์ นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า แม้วัฏจักรดอกเบี้ยขาลงในประเทศจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่คาดว่า กนง. จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ตลอดปี 2569 เพื่อประคองเศรษฐกิจ ส่งผลให้ NIM ยังคงได้รับแรงกดดันและจะเริ่มเห็นเสถียรภาพในช่วงครึ่งหลังของปี นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงถึง 5.0-5.2% ในช่วงปลายปี อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของกลุ่มลูกค้า SME ซึ่งเป็นฐานลูกค้าสำคัญของธนาคาร แม้ว่าธนาคารจะมีระบบบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่งและมีระดับการตั้งสำรองที่เพียงพอ แต่ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ผันผวนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด สรุปภาพรวมการลงทุน ในระยะสั้น KBANK ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและ NIM ที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิในปี 2569 คาดว่าจะเติบโตเพียงเล็กน้อยหรือทรงตัว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรจะเริ่มกลับมา ขยายตัวได้อีกครั้งในปี 2570 ประมาณ 5% จากรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ฟื้นตัว สำหรับนักลงทุนที่ถือครองหุ้นเพื่อรับเงินปันผล 6% ยังคงสามารถถือต่อได้ แต่ในแง่ของการเติบโตของราคาหุ้น (Capital Gain) ในระยะสั้นอาจมีจำกัดเนื่องจากราคาปัจจุบันเข้าใกล้ราคาเป้าหมายที่ 212 บาทแล้ว